กวางผาจีน (Grey Chinese Goral) เป็นสัตว์จำพวกแพะภูเขา มีรูปร่างคล้ายเลียงผา แต่มีขนาดที่เล็กกว่ามาก มีความสูงถึงไหล่ขณะยืน 50-70 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม

กวางผาตัวผู้และตัวเมียมีเขาทั้งคู่ เขารูปทรงกรวยชี้ไปด้านหลังโค้งเล็กน้อยที่โคนเขาผิวขรุขระเป็นรอยวงแหวนซ้อนกันหลายชั้นไม่มีการระบุถึงการนับเขาเพื่อใช้นับอายุ (ไม่สามารถใช้นับอายุได้) ที่หัวตาและกีบเท้ามีต่อมพิเศษ

ต่อมหัวตามีขนาดเล็กไม่ชัดเจน สีลำตัวด้านบนอาจแปรผันจากสีเหลืองแก่ น้ำตาลอมเทา จนถึงสีน้ำตาลเข้ม กลางหลังมีแนวขนสีดำพาดจากระหว่างเขาไปตามสันหลังจรดโคนหาง หางสั้นมีสีดำ

ด้านท้องมีสีอ่อนจางกว่าด้านบน ริมฝีปาก ตา ใต้คาง และคอหอยสีจางค่อนข้างขาว ขนาดของกวางผาตัวผู้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวเมีย

กวางผาจีน

ลักษณะทั่วไปของ กวางผาจีน

กวางผาจีนเป็นสัตว์ตระกูลแพะเช่นเดียวกับเลียงผา รูปร่างทั่วไปคล้ายเลียงผา แต่กวางผามีขนาดเล็กกว่าราวครึ่งหนึ่ง มีคอเล็กกว่า หางยาวกว่า และขาสั้นกว่า ต่อมหัวตาที่เป็นช่องเปิดระหว่างจมูกและตาของกวางผาเล็กมาก กระดูกจมูกของกวางผาเป็นคนละชิ้นกับกระดูกหน้า

ซึ่งต่างจากเลียงผา กวางผาในเมืองไทยมีความยาวลำตัว 80-120 เซนติเมตร หางยาว 7-20 เซนติเมตร หูยาว 10-14 เซนติเมตร ความสูงที่หัวไหล่ 50-70 เซนติเมตร หนักราว 22-32 กิโลกรัม

ขนของกวางผาจีนหยาบยาวสีน้ำตาลอมเทา ขนหางฟูและดำ ใต้คางและอกมีสีน้ำตาลเข้มมีลายจาง ๆ บริเวณต้นขาสีเข้มและค่อย ๆ จางลงเมื่อไล่ลงไปถึงปลายขา เขาสีดำเขาโค้งไปด้านหลัง กวางผาตัวเมียมักมีสีจางกว่าตัวผู้ เขาสั้นกว่าและมีพาลีไม่เด่นชัดเท่าตัวผู้

การแพร่กระจาย

ในประเทศไทยพบในพื้นที่ป่าเขาที่ยากแก่การเข้าถึงเฉพาะทางภาคเหนือในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนและตาก

เขตกระจายพันธุ์

เขตกระจายพันธุ์แพร่ตั้งแต่เขตอัลซูรีในรัสเซีย แมนจูเรีย จีน เกาหลี ลงมาจนถึงพม่า และตะวันตกเฉียงเหนือของไทย ปัจจุบันในเมืองไทยพบกวางผาเฉพาะในเทือกเขาที่เป็นต้นน้ำปิงเท่านั้น

ถิ่นอาศัยกวางผาจีน

ถิ่นอาศัย

กวางผาอาศัยอยู่บนภูเขาสูง พบที่ระดับความสูง 3,300-13,500 ฟุตที่เป็นหน้าผาที่มีพืชขึ้นเป็นหย่อมและมีหลืบหินสำหรับหลบซ่อน อาศัยเป็นฝูงครอบครัวเล็ก ๆ ประมาณ 5-6 ตัว ส่วนตัวผู้จะหากินโดยลำพังยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น

อาหาร

กวางผากินหญ้า ใบไม้ และผลไม้เป็นอาหาร มีสายตาดี จึงพึ่งพาประสาทการมองมากกว่าประสาทรับกลิ่นหรือประสาทรับฟัง ซึ่งต่างจากสัตว์หากินเป็นฝูงชนิดอื่น เมื่อตกใจกลัวจะทำตัวแข็งทื่อ หากภัยอันตรายเข้าใกล้ตัวมากจึงวิ่งหนีไป

ฤดูผสมพันธุ์ของกวางผาจีน

ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ตั้งท้องนานประมาณ 6 สัปดาห์ ออกลูกครั้งละตัว ลูกกวางผาจะอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 6 เดือนแล้วจึงแยกย้ายไป พอถึงวัย 2-3 ขวบก็ผสมพันธุ์ได้แล้ว อายุขัยประมาณ 8-10 ปี

กวางผาจีน กินอะไร

ชีววิทยา

กวางผาอาศัยอยู่เดี่ยวๆ ตามลำพัง บางช่วงอยู่เป็นคู่หรือรวมกลุ่มกันเล็กๆ ในช่วงเช้าและเย็นหากินในที่โล่งตามทุ่งหญ้าที่ลาดชันน้อย ช่วงกลางวันและบ่ายมักนอนพักผ่อนบนลานหินตามหน้าผาหรือในดงไม้ กวางผาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 2-3 ปี ผสมพันธ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ตั้งท้องนานถึง 6-7 เดือน ตกลูกครั้งละ 1-2 ตัว ลูกแรเกิดยังไม่มีเขาจนอายุได้ 7 เดือนเขาเริ่มงอก

นิเวศวิทยา

กวางผาอาศัยอยู่บนภูเขาที่มีความลาดชันสูงกว่าเลียงผา มักมีหน้าผาที่เปิดโล่ง สามารถพบได้ที่ระดับความสูง 600-4,000 เมตร (แถบหิมาลัย) มีการทำเครื่องหมายพื้นที่โดยการถ่ายมูลซ้ำกองเป็นที่ๆ และป้ายกลิ่นตัวเองไว้กับต้นไม้หรือวัตถุอื่นๆ เพื่อแสดงว่าเป็นพื้นที่ ที่ตนครอบครองอยู่

สถานภาพ

ยังไม่มีการศึกษาเพื่อประเมินประชากรของเลียงผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่างๆ

อาหาร กวางผาจีน

ปัจจัยการคุกคาม

มีการบุรุกป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยโดยชาวเขาและชาวบ้านในปัจจุบัน รวมถึงมีการล่ากวางผาเพื่อเอาน้ำมันมาใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับเลียงผา เนื่องจากกวางผาจีนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก

จึงมีศัตรูในธรรมชาติน้อยมาก นอกจากเสือไฟเท่านั้น อย่างไรก็ตามกวางผาต้องประสบภัยคุกคามจากการล่าของมนุษย์ และการบุกรุกถางป่าก็ทำให้กวางผาจีนไม่มีที่อยู่อาศัยจนกระทั่งปัจจุบันอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง กวางผาจีนเป็นหนึ่งใน 15 สัตว์ป่าสงวนของไทย ไอยูซีเอ็นจัดสถานภาพไว้อยู่ในระดับเสี่ยงสูญพันธุ์ (2547)

การอนุรักษ์

การอนุรักษ์สำหรับกวางผาจีนเป็นสถานภาพที่อยู่ในขั้นสูงสุดเพราะในปัจจุบันกวางผาจีนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว เพราะเกิดจากการล่าของมนุษย์ทำให้จำนวนของกวางผาจีนลดน้อยลงมาก และสำหรับในประเทศไทย ได้ยกให้กวางผาจีนเป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

ปัจจุบัน พบว่ามีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวที่ดอยม่อนจอง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีชื่อเรียกของผู้คนในท้องถิ่นว่า ม้าเทวดา เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ลึกลับ หายากมาก และเมื่อพบเห็นตัวก็จะหลบหนีไปด้วยความรวดเร็ว