สัตว์ป่า อย่าง ด้วงกว่าง , แมลงกว่าง หรือแมงคาม ที่เราสามารถพบได้ตามป่าหรือต้นไม้ในป่า สัตว์ประเภทนี้มนุษย์เราสามารถนำมารับประทานได้ และมนุษย์เรายังนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการต่อสู้ เพราะลักษณะของแมลงชนิดนี้มีเขาตรงบริเวณหัว

สามารถต่อสู้เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้คนนิยมนำแมลงชนิดนี้มาเลี้ยงเพื่อการแข่งขัน และเพื่อเงินรางวัลได้ ดูได้จากบางจังหวัดในประเทศไทยเราได้มีการแข่งขันการต่อสู้จากสัตว์ชนิดนี้

วันนี้เราสามารถรู้จักกับวงจรชีวิตของสัตว์ชนิดนี้ได้จากข้อมูลที่ทางเว็บไซต์เราได้หามาไว้ให้กับท่านที่ยังไม่รู้ สามารถเข้ามาศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินการหาอาหารเพื่อความอยู่รอดของแมลงชนิดนี้ได้ในบทความนี้

ด้วงกว่าง

ลักษณะทางกายภาพของ ด้วงกว่าง

แมลงกว่างหรือด้วงกว่างเป็น แมลงปีกแข็ง ตัวค่อนข้างใหญ่ ลักษณะคล้ายด้วงแรดมะพร้าว ลำตัวแข็งและนูน สีดำเป็นมัน รูปร่างรูปไข่ ขามีปล้องเล็กๆ 5 ปล้อง หนวดเป็นแบบแผ่นใบไม้ มี 3-4 ปล้อง ปล้องสุดท้ายมีลักษณะคล้ายใบไม้ 3-4 แผ่น รวม กันกลายเป็นลูกกลม จำนวนปล้องหนวดมีทั้งหมด 8 – 11 ปล้อง

และตามผิวมีส่วนที่เป็นหนามใหญ่ ตัวผู้มีเขาใหญ่ยื่นตรงออกมาจากหัว ใช้สำหรับต่อสู้ศัตรู เมื่อพบศัตรู ซึ่งมักเป็นกว่างตัวผู้ด้วยกัน ก็จะเดินเข้าหากันใช้เขาดันกันไปมา ตัวไหนสู้ไม่ได้ก็ถอยไป ถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ตัวอ่อน หรือตัวหนอน สีขาวตัวอ้วน ตัวงอเป็นรูปเหมือนตาขอ

 ด้วงกว่างญี่ปุ่น

แหล่งที่พบ

ด้วงกว่างอาศัยอยู่ในดิน กินมูลของซากพืชหรือซากสัตว์ ตัวหนอนด้วงอาศัยอยู่ในดิน ระยะแรกก็อยู่ตามเศษซากพืชทับถมในบริเวณที่ร่มที่มีความชื้นสูง ระยะถัดมาขุดดินฝังตัวอยู่ลึกประมาณ 7.5 – 15.0 เซนติเมตร ระยะหนอนด้วงใช้เวลาประมาณ 58 – 95 วัน มี 3 ระยะ คือ ระยะก่อนเข้าดักแด้ 3 – 6 วัน

แล้วจึงลอกคราบเปลี่ยนเป็นดักแด้ ซึ่งในระยะนี้ใช้เวลา 11 – 14 วัน ต่อมาก็ออกเป็นตัวเต็มวัย ออกหากินในเวลาตั้งพลบค่ำเป็นต้นไป และพบมากในเวลากลางคืน ส่วนในเวลากลางวันก็หลบซ่อนตัวอยู่ในดินมากกว่าที่อื่น ระยะตัวเต็มวัยเพศผู้และเพศเมียประมาณ 18 และ 28 วัน ตามลำดับ

ด้วงกว่างไทย

ประโยชน์และความสำคัญ

ส่วนมากชาวบ้านนิยมนำด้วงกว่างมารับประทานโดยการจี่ ให้ด้วงกว่างมีความกรอบ แล้วนำมารับประทานกับข้าวเหนียว จ้ำน้ำพริกหรือบางบ้านในภาคอีสานนำมาตำป่นแมลงคาม เป็นต้น

วงจรชีวิตการใช้ชีวิตของกว่าง

กว่างมีวงจรชีวิตประมาณ 1 ปี คือช่วงต้นฤดูฝน ในระยะที่เป็นตัวหนอนหรือ ตัวด้วงจะมีสีขาว ตัวโต มีความยาวประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร และเส้นรอบวง ประมาณ 1 นิ้ว

ในช่วงนี้จะอยู่ในดินชอบกินเศษใบไม้ผุ ตอไม้ หรือต้นไม้ที่ผุ เป็นการช่วยธรรมชาติในการย่อยสลายใบไม้ ต้นไม้ ให้กลายเป็นปุ๋ยแก่ดินได้เป็นอย่างดีต่อมากลายเป็นดักแด้ และตัวเต็มวัยเป็นวัยเจริญพันธุ์พร้อมสืบเผ่าพันธุ์ได้ ในช่วงที่เป็นตัวหนอนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะถึงฤดูฝน เมื่อฝนตกลงมาทำให้ดินอ่อน

ด้วงกว่าง ราคา

การผสมพันธุ์

ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะดันดินออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ และเพื่อการผสมพันธุ์ กว่างตัวผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นที่มีโอกาสรอดเพื่อการผสมพันธุ์ โดยกว่างจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย และฝ่ายที่ชนะก็จะได้รับรางวัลได้ผสมพันธุ์กับตัวเมีย เป็นการคัดเลือกสายพันธ์ที่ดีตามธรรมชาติ ใช้วงจรชีวิตช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน

พอเข้าในฤดูหนาว กว่างตัวเมียหลังจากผสมพันธุ์ ก็จะขุดดินแล้ววางไข่ ส่วนตัวเองก็จะตาย ไข่ก็ฟักเป็นตัวหนอน เป็นดักแด้อาศัยอยู่ใต้ผิวดิน จนถึงต้นฤดูฝนก็จะขุดดินขึ้นมาผสมพันธุ์ดำรงชีวิตสืบลูกหลานต่อไป

ด้วงกว่าง 5 เขา ราคา

การต่อที่พบได้ คือ (สู้เพื่อนาง)

ผู้เลี้ยงแมงคาม  เมื่อได้ฟูมฟักเลี้ยงจนเป็นอัศวินที่  สมบูรณ์  มีความแข็งแรง ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว จะชักชวนเพื่อนเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย หามุมสบายของตัวเองตามหมู่บ้าน ใต้ถุนบ้าน ไม่จำกัดสถานที่ เพื่อนำมาประกวดหรืออวดกัน  และมักจะสิ้นสุดการ “ ขี้โม้ “ และด้วยการ “ ท้าซน กัน”

เจ้าของแมงคาม ที่อย่างจะประลองความสามารถจะประกบหาคู่แข่งขันกันตามความสมัครใจ โดยนิสัยผู้ชายทั่วๆ ไปที่มักจะรับไม่ได้กับความพ่ายแพ้ จึงพยายามสรรหาวิธีให้แมงคามของตัวเองอยู่ได้เปรียบเสมอ เช่น ใช้ยาหม่องทาที่”ไม้ผั่น” และไปปั่น แมงคามฝ่ายตรงข้ามตอนเปรียบกว่าง

บางครั้งพบว่าใช้น้ำจากพริกขี้หนู ยาหม่อง ขี้ยาจากพ่อใหญ่ หรือพิษของยางคางคก มาป้ายไว้ที่เขาของแมงคามตัวเอง เพื่อให้กว่างฝ่ายตรงข้ามได้กลิ่น หรือถูกตำ จะทำให้แมงคามหมดแรง หันหนี และแพ้ไปในที่สุด

ด้วงกว่าง 5 เขา

ดังนั้นเมื่อตกลงจะให้กว่างของตนชนกันจริง ๆ แล้ว  เจ้าของกว่างมักจะขอกว่างของฝ่ายตรงกันข้ามมาตรวจดูเสียก่อนว่าไม่มีกลโกง หรืออาจจะต้องเช็ดปลายเขากว่างคู่ต่อสู้หรือเอาน้ำอ้อยบีบรดเขาแมงคามซึ่งถ้าหากมีการเอายาฆ่าแมลงทาไว้ น้ำอ้อยจะล้างไหลเข้าปากกว่างตัวที่ถูกทาไว้ ทำให้อาจจะถึงตายหรือหมดแรงไปได้

การซนแมงคาม ต้องทำคอนให้มันไต่ เอาตัวเมียไว้ตรงกลางล่อให้มัน หวงตัวเมีย และคอยเอาไม้ฟั่น ปั่นท้องแมงคามเพื่อให้มันฉุนเร่งเข้าฟาดฟันกันบางรายเขาหัก  ตกคอน  ส่วนมากเมื่อแพ้ มันมักจะถอยหนี ไม่มีการสู้กันถึงตาย

european rhinoceros beetle

กีฬาประเพณีพื้นบ้านกับวิถีชีวิตการต่อสู้ของแมลงคาม

จากวิถีชีวิตพื้นบ้านเพื่อการพักผ่อน ของนักนิยม ซนแมงคาม เริ่มจากชักชวนเพื่อนบ้านหามุมสบายของตัวเองอย่างไม่จำกัดสถานที่ ร่วมกับการซนเพื่อประลองกำลัง  ซึ่งมักหนีไม่พ้นกับการพนันขันต่อเล็กๆ น้อยๆ ตามวิถีชีวิตของหมู่ชายชาวชนบท  สร้างความสนุกสนานลืมความทุกข์ยาก จากการงานได้เป็นครั้งคราว และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่นเพื่อความรักใคร่ของคนในชุมชน