วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ นกฟลามิงโก้ (Flamingo) เป็นนกที่ได้ชื่อว่าเป็นนกที่มีขนสีชมพู จนได้รับชื่อว่า “นกฟลามิงโก้สีชมพู” ซึ่งขนของนกฟลามิงโก้นั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิดตั้งแต่สีชมพูซีดจนถึงสีแดงเลือดหมูหรือแดงเข้ม ทั้งนี้เป็นเพราะการกินอาหารที่ได้รับสารอาหารจากกุ้งและเห็ดรามีสารประเภทอัลฟาและเบตาแคโรทีน ก็จะทำให้ขนของนกฟลามิงโก้กลับมาเป็นสีสันสวยงามเหมือนเดิม

แต่โดยมากแล้วนกที่เลี้ยงตามสวนสัตว์ขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวเพราะขาดสารอาหารเหล่านี้ ซึ่งหากให้ในสิ่งที่ทดแทนกันได้เช่น แครอท หรือบีทรูท สีขนก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

อีกทั้งยังเป็นนกที่มีพฤติกรรมยืนด้วยขาเดียวอยู่นิ่ง ๆ แช่น้ำได้เป็นเวลานานมากถึง 4 ชั่วโมง นั่นเพราะขาของนกจะได้รับจะได้รับเลือดสูบฉีดต่ออัตราการเต้นของหัวใจได้มากเท่า ๆ กับที่กล้ามเนื้อหลักได้รับ ซึ่งเลือดจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย การที่นกฟลามิงโก้มีขายาวมาก ก็ยิ่งทำให้มีพื้นที่สูญเสียความอบอุ่น อีกทั้งขาข้างที่ไม่ถูกแช่น้ำก็จะไม่เหี่ยวแห้งอีกด้วย

นกฟลามิงโก้ 

ลักษณะทั่วไปของ นกฟลามิงโก้ (Flamingo)

นกฟลามิงโก้จะมีลักษณะทั่วไป ดังนี้ นกชนิดนี้จะมีคอและขายาวที่ยาว มีขนสีชมพู มีขนปีกสีดำ ม่านตาสีเหลืองอ่อน ปากสีชมพู ปลายปากสีดำ ขาและนิ้วเท้าสีชมพู ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกจะเปลี่ยนเป็นสีสดและเข้มมาก ตัวเมียมีลักษณะคล้ายตัวผู้แต่จะมีขนาดเล็กกว่าและสีค่อนข้างสดน้อยกว่า

เท้าของนกจะคล้ายกับเท้าเป็ด มีปากและฟันคล้ายห่าน แต่ปากนกฟลามิงโกจะโค้งลง ฟันของนกฟลามิงโกสามารถกรองลูกไร หรืออาหารที่มีขนาดเล็ก ไว้ได้โดยไม่ต้องเปิดปาก นกจะมีเสียงร้องคล้ายกับเสียงห่าน ลูกนกมีลักษณะขนที่อ่อนนุ่มคล้ายปุยนุ่มสีเทา ม่านตาสีดำ ปากหนา ลักษณะขนปีกเป็นสีชมพูอ่อน ขาและเท้าขนาดใหญ่เป็นสีชมพูอ่อนสวยงาม

นกฟลามิงโก้ นิสัย

ถิ่นอาศัย

นกฟลามิงโก้จะมีถิ่นอาศัยแถวทวีปยุโรปจรดเอเชียบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทวีปแอฟริกา และอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือจะมีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ตามหนองบึงหรือทะเลสาบและทำรังตามชายฝั่งหนองบึงหรือทะเลสาบ ส่วนการหาอาหารจะหาโดยการใช้เท้าพุ้ยน้ำให้ขุ่นแล้วใช้ปากมุดลงไปในน้ำเพื่อกรองหาอาหารที่อยู่ในน้ำ

สามารถว่ายน้ำลึกๆ ได้ดี บางครั้งขณะว่ายน้ำก็จะใช้หัวมุดลงไปในน้ำเพื่อหาอาหารควบคู่ไปด้วยกันจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ทั้งสองพร้อมๆกัน ถือเป็นสิ่งที่นกฟลามิงโก้ทำเป็นประจำ

นกฟลามิงโก้ ความหมาย

การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์ของนกฟลามิงโก้จะเริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุ 6 ปี จะผสมพันธุ์ในฤดูหนาวเป็นหลัก นกฟลามิงโก้มักไข่บนพื้นดินตามชายฝั่ง โดยทำรังคล้ายๆ ตอไม้ด้วยดินเหนียว ส่วนตัวเมียจะไข่เพียงใบเดียว ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะผลัดกันกกไข่เพื่อให้ไข่ได้รับความอบอุ่น และฟักไข่ออกมาเป็นตัว ส่วนระยะเวลาในการฟักไข่จะมีเวลา 28-32 วัน

เป็นนกที่มีอายุยืนมากกว่า 30 ปี หรือการรายงานยังพบว่านกฟลามิงโก้มีอายุถึง 57 ปีเลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นนกที่มีอายุยาวนานที่สุด อาหารของนกชนิดนี้ได้แก่ ไรน้ำ ,แพลงค์ตอน มลูกกุ้ง ,ลูกปลา และสาหร่ายบางชนิด เป็นต้น

นกฟลามิงโก้สีชมพู

การสืบพันธุ์

นกฟลามิงโก้ใหญ่ในแต่ละพื้นที่ทั่วโลกมีช่วงเวลาการผสมพันธุ์ที่ต่างกัน ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ ระดับน้ำขึ้นลงและปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ และจะรวมถึงพื้นที่การทำรังของนกและจำนวนของนกในฝูงด้วย หมายความว่าถ้าในฝูงมีจำนวนน้อยเกินไปนกก็จะไม่ทำรังและวางไข่

นกฟลามิงโก้ทุกชนิดสร้างรังโดยการใช้ดินบริเวณแหล่งหากินใกล้ๆ ซึ่งนกจะใช้ปากค่อยโกยและตบดินจนเป็นกองสูงประมาณ 30 ซม. และจะใช้เวลาในสร้างประมาณ 6 สัปดาห์

บนยอดกองดินจะเป็นแอ่งที่มีขนาดพอเหมาะกับการวางไข่ 1 ฟอง ตัวผู้และตัวเมียจะช่วยกันสร้างรังและฟักไข่ เวลาฟักไข่จะอยู่ในช่วงประมาณ 28-30 วัน

นกฟลามิงโก้ทุกชนิดถือว่าเป็นนกที่มีอายุยืนมากในการศึกษาพบว่านกฟลามิงโก้มีอายุถึง 53 ปี และยังสามารถให้ลูกได้อีกด้วย นกฟลามิงโก้เป็นนกที่มีสีสันสวยงามและยังเป็นนกที่มีอายุยืนยาว

นกฟลามิงโก้ สัญลักษณ์ความรัก

สถานภาพ

ถึงแม้ว่าประชากรในธรรมชาติของนกฟลามิโก้ดูเหมือนว่าจะมีจำนวนมากแต่แนวโน้มของจำนวนประชากรของนกฟลามิงโก้ทุกชนิดจะลดลงเรื่องๆ เนื่องจากการรบกวนของมนุษย์ทั้งในเรื่องการขโมยไข่หรือการล่านกมาขาย รวมถึงพื้นที่การทํารังถูกบุกรุกจนมีพื้นที่ลดลงเป็นจำนวนมากจึงทำให้นกชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์

นอกจากนั้นนกยังได้รับผลกระทบทางอ้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำรังวางไข่ของนก ซึ่งยังไม่รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจนมีผลกระทบต่อการดำรงชีพของนกฟลามิงโก้ในธรรมชาติ จึงทำให้นกเหล่านี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทางกฎหมายจึงยกให้นกชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มนกใกล้สูญพันธุ์และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย