เลียงผา สัตว์กีบรูปร่างคล้ายแพะ ลำตัวสั้น ขายาว ขนดำยาว ขนชั้นนอกชี้ฟู ขนบริเวณตั้งแต่โคนเขาจนถึงหัวไหล่ยาวและฟู อาจมีสีแตกต่างกันไปตั้งแต่ขาวถึงดำ หัวโต หูใหญ่ตั้ง มีเขาเป็นรูปกรวยเรียว โค้งไปทางข้างหลังเล็กน้อย ตัวผู้เขายาวกว่าตัวเมียมาก ตัวที่เขายาวที่สุดเคยวัดได้ถึง 28 เซนติเมตร

โคนเขาเป็นลอนย่น กะโหลกด้านหน้าแบน มีต่อมน้ำตาอยู่ใต้ตา ต่อมนี้มีหน้าที่สร้างสารกลิ่นฉุนเพื่อใช้ในการทำเครื่องหมายประกาศอาณาเขต หางสั้นและเป็นพู่ ความยาวลำตัว 1.5 เมตร หางยาว 15 เซนติเมตร ความสูงที่หัวไหล่ 1 เมตร หนักประมาณ 85-140 กิโลกรัม

รอยตีนของเลียงผามีขนาดใกล้เคียงคล้ายรอยตีนเก้ง แต่กีบเลียงผาค่อนข้างขนานกัน ไม่งุ้มเข้าหากันอย่างสัตว์กีบชนิดอื่น และปลายกีบของเลียงผาค่อนข้างทู่กว่าของเก้ง

เราสามารถพบเลียงผาได้ตั้งแต่แคชเมียร์ในประเทศอินเดีย เชิงเขาหิมาลัย แพร่ไปถึงอัสสัม ลงมาถึงจีนและพม่า ไทย มาเลเซีย และเกาะสุมาตรา ในประเทศไทยพบในป่าหลายประเภททั่วประเทศยกเว้นที่ราบ พวกที่อยู่ในบังกลาเทศและพื้นที่ข้างเคียงอยู่ในชนิดย่อย ส่วนพวกที่อยู่ในคาบสมุทรมลายูและเกาะสุมาตรา

อาศัยอยู่ตามภูเขาที่เปิดโล่ง เลียงผามักอาศัยอยู่ตัวเดียวหรือบางครั้งเป็นฝูงเล็ก ปีนป่ายและกระโดดไปตามหน้าผาชันได้อย่างคล่องแคล่ว และปีนต้นไม้ก็ได้ นอกจากนี้ยังว่ายน้ำได้เก่ง จึงพบได้ตามเกาะด้วย ออกหากินเฉพาะตอนเย็นและตอนเช้า

เลียงผามีนิสัยหวงถิ่น อาณาเขตของเลียงผากว้างเพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตร มักหากินอยู่ไม่ไกลจากแหล่งพักผ่อน กินหญ้า และบางครั้งก็กินยอดอ่อนและใบไม้ มีจุดถ่ายมูลประจำ ตอนกลางวันเลียงผาจะหลบอยู่ในพุ่มหรือในถ้ำตื้น ๆ ใต้ชะง่อนหินและเลียงผามีจมูก หู และตาไวมาก ศัตรูในธรรมชาติคือหมาใน เมื่อถูกต้อนจนมุม จะต่อสู้ด้วยเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ลักษณะ เลียงผา

การผสมพันธุ์ของ เลียงผา

เลียงผาผสมพันธุ์ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน แม่เลียงผาตั้งท้องนาน 7 เดือน ออกลูกทีละตัว ลูกเลียงผาอยู่กับแม่เป็นเวลา 1 ปี ตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 30 เดือน ตัวผู้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 30-36 เดือน มีอายุขัย 10 ปี

การที่เลียงผาชอบอยู่ตามหน้าผาชันเป็นธรรมชาติที่ช่วยให้หลีกเลี่ยงสัตว์นักล่าได้ดี แต่โชคร้ายที่เป็นเป้าโดดเด่นของปืนนายพราน และหน้าผาหินปูนซึ่งเป็นที่อยู่หลักก็ถูกทำลายไปมาก

ปัจจุบันเป็นสัตว์หายาก ไอยูซีเอ็นประเมินสถานภาพไว้อยู่ในระดับอันตราย เป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน 15 ชนิดของไทย อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของไซเตส

เลียงผา สายพันธุ์

ลักษณะทั่วไปของเลียงผา

เลียงผามีต่อมอยู่ระหว่างตากับจมูกหางสั้น ความสูงถึงหัวไหล่ประมาณ 3 ฟุต เขาจะโค้งงอไปทางด้านหลัง และส่วนปลายจะไม่งอเป็นแบบตะขอเหมือนพวก Chamois ต่อมที่หน้าจะฝังอยู่ในส่วนที่เป็นแอ่งของกะโหลกศีรษะ มีรูเปิดปกคลุมด้วยขนสั้นๆ น้ำมันที่สกัดออกมาจากต่อมจะมีสีขาวเมื่อแห้งจะมีกลิ่นฉุน

เลียงผามีกลิ่นตัวเหมือนแพะ กลิ่นตัวเกิดจากส่วนนอกของผิวหนัง ขนที่ปกคลุมตัวของเลียงผาหยาบและไม่หนาแน่น มีส่วนที่เป็นขนอ่อนปะปนอยู่บ้างประปราย (ดูจากตัวอย่างที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย) ขนตามตัวโดยทั่วไปเป็นสีดำหรือสีเทาเข้ม

ขนแผงคอเริ่มตั้งแต่โคนเขาไปจนถึงหัวไหล่โคนเป็นสีขาวปลายขนเป็นสีเทาเข้มหรือสีดำ แต่ขนจะมีสีจางกว่าขนตามแนวสันหลัง ขนที่ขาใต้หัวเข่าลงมาจะมีสีแตกต่างกันไป ตั้งแต่สีดำ สีเทา ไปจนถึงสีน้ำตาลแดง โคนขนจะมีสีจางกว่า หางสั้นและปกคลุมไปด้วยขนสีเทาเข้มบริเวณสันหาง

เลียงผาใต้

ด้านข้างมีขนสีน้ำตาลแดง ด้านในหางไม่มีขนปกคลุม ขนบริเวณริมฝีปากเป็นสีขาว และที่ขากรรไกรล่างทั้งสองข้างมีขนสีน้ำตาลแดงปะปนด้วยขนสีขาว ส่วนมากจะมีขนสีน้ำตาลแดงและสีขาวบริเวณใต้คอ หูบางและแคบมักจะชี้ตรงขนด้านหลังหูเป็นสีน้ำตาลและปะปนกับขนสีดำด้านในเป็นขนสีขาว

ขนาดของตัวแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างเพศผู้และเพศเมีย ทำให้แยกเพศได้ยากเมื่อเห็นในระยะไกล กีบเท้าสั้นและแข็งแรง บริเวณร่องกีบตอนหน้าของขาทั้ง 4 ข้าง จะมีรูเปิดขนาดเล็ก รูเปิดที่ร่องขาหน้าจะอยู่สูงกว่ารูเปิดที่ร่องขาหลังเล็กน้อย

เขาของเลียงผามีสีดำ รูปกรวย ส่วนโคนของเขาเป็นคลื่นประมาณ 3 ใน 4 ของความยาว (Prater, 1965) เขาของเพศเมียจะสั้นกว่าเพศผู้ประมาณ 1-2 นิ้ว และค่อนข้างจะเล็กกว่า ประกอบกับส่วนที่เป็นคลื่นมีน้อยกว่า (Peacock, 1933) โคนเขาของเพศผู้จะอยู่ชิดกันมากกว่าของเพศเมียเมื่อมองจากด้านตรงหน้า

เขาของลูกเลียงผาจะปรากฏเป็นตุ่มใต้ผิวหนังเมื่อเกิดได้ประมาณ 3 เดือน เขาจะยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวของหูเมื่ออายุประมาณ 1 ปี และเขาจะยาวประมาณความยาวของหูเมื่ออายุประมาณ 2 ปี เมื่ออายุมากกว่า 2 ปี เขาจะยาวกว่าความยาวของหู

การจำแนกเพศของเลียงผาเมื่อมองจากระยะไกล อาจทำได้โดยการสังเกตท่าถ่ายปัสสาวะ เพศผู้มักจะยืนตรงหรือย่อตัวเล็กน้อย ส่วนเพศเมียมักจะกางขาและย่อตัวส่วนท้ายลงต่ำมากเกือบชิดพื้นดิน ในขณะที่ส่วนหางจะชี้ออกข้างนอกตัว

น้ำมันเลียงผา

การหาอาหารสำหรับเลียงผา

เลียงผามักออกหากินในตอนเช้ามืดและตอนใกล้ค่ำ มันมักจะกินหญ้าและยอดไม้ในร่มเงาของไม้พุ่มที่มีหนาม และขึ้นอยู่อย่างแน่นทึบบนสันเขา บางครั้งก็ออกมากินหญ้าตามลาดเขาชัน

ในช่วงกลางวันเลียงผามักหลบไปนอนตามใต้ร่มเงาของก้อนหินบริเวณตีนหน้าผา ในวันที่มีอากาศหนาวเย็นเลียงผาจะนอนผึ่งแดดอยู่บนหินตามหน้าผาซึ่งล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่มีหนามและขึ้นอยู่หนาแน่น ยากต่อการเข้าถึงของสัตว์ป่าหรือมนุษย์ บางครั้งเลียงผาจะนอนพักบนคาคบไม้ที่ยื่นออกไปจากเขาลาดชัน

พฤติกรรมของเลียงผา

จากการสังเกตพฤติกรรมของเลียงผาในกรงเลี้ยงในที่ต่างๆ กันปรากฏว่าเลียงผาจะตื่นเช้ามาก หลังตื่นนอนจะเล็มกินอาหารที่เหลืออยู่ หลังจากนั้นจะถ่ายปัสสาวะและถ่ายมูลในช่วงเวลา 05.00-06.00 น. พฤติกรรมการเดินการกินและการนอนเคี้ยวเอื้องจะปรากฏต่อเนื่องสลับกันไปจนกระทั้งเวลาเย็น การนอนหลับในเวลากลางวันมีน้อยมาก ยกเว้นในลูกเลียงผา

การถ่ายปัสสาวะของเลียงผา

การถ่ายปัสสาวะมักเกิดขึ้นก่อนการถ่ายมูล เลียงผาจะถ่ายมูลอีกครั้งในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ท่าในการถ่ายมูลของเลียงผาเพศผู้และเพศเมียคล้ายคลึงกัน คือยืนพฤติกรรมบางประการ แยกเท้าหลัง ยกหางและถ่ายมูล ส่วนท่าในการถ่ายปัสสาวะจะแตกต่างกันคือ เลียงผาเพศผู้จะยืนแยกเท้าเล็กน้อยไม่ยกหาง ส่วนเพศเมียจะแยกขาหลังออกห่าง ย่อส่วนท้ายของลำตัวลงต่ำมาก ยกหางขึ้นแล้วจึงถ่ายปัสสาวะ