วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ ไก่จุก หรือ Crested Partridge, Roul-roul, Red-crowned Wood Partridge หรือ Green Wood Partridge ไก่จุกจะมีโครงสร้างภายนอกจะคล้ายกับนกกระทาทุ่ง หรือ นกกระทาดง คือ ตัวป้อมหางสั้น

แต่สีสันสวยงามสะดุดตามากกว่าและเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว ไก่จุก เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับการอนุญาตให้บุคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล สามารถเพราะพันธุ์เลี้ยงไก่จุกได้ แต่ต้องมีหลักฐานการได้มา หรือการครอบครองหรือระบุว่าได้มาจากที่ใดอย่างชัดเจน เพื่อการเพราะเลี้ยงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ไก่จุก

ลักษณะทั่วไปของ ไก่จุก (Crested Wood Partridge)

ไก่จุกมีลักษณะทั่วไปคือ ไก่จุกจะมีลำตัวกลม หางสั้น มีความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง 24 – 29.50 ซม เพศผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าเพศเมียเล็กน้อย ทั้งสองเพศมีหนังสีเลือดหมูล้อมรอบดวงตา มีขาแดงไม่มีเดือย ปากสั้นอวบหนาทู่และแข็งแรง สันปากบนโค้งลงเล็กน้อย ใช้คุ้ยเขี่ยหาอาหารตามพื้นดิน ไก่จุกมีคอสั้น ลำตัวอ้วนป้อมล่ำสัน ปีกสั้นมนกลม แต่บินขึ้นได้ฉับพลันและรวดเร็วเพราะมีกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงแต่บินได้ในระยะทางใกล้ๆ เท่านั้น

แล้วต้องลงพื้นเพื่อเดินหรือวิ่งต่อไป ขนปลายปีกโค้งและแข็งมากมีขน มี 10 เส้น ขนกลางปีกเส้นนอกๆ สั้นมาก ขนหางมี 12 เส้น สั้นจู๋โค้งลง ขาใหญ่แข็งแรงและมีเกล็ดขนาดใหญ่เรียงซ้อนทับกัน เท้าใหญ่ นิ้วเท้ามีข้างละ 4 นิ้วยื่นไปข้างหน้า 3 นิ้ว และยื่นไปข้างหลัง 1 นิ้ว นิ้วหลัง (นิ้วที่ 1) อยู่สูงกว่านิ้วหน้าเล็กน้อย สั้นมากและไม่มีเล็บเหมือนนิ้วอื่น จึงดูเหมือนเป็นติ่งเนื้อยื่นออกมาเท่านั้น

เพศผู้ ตามลำตัวตอนบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ขนคลุมปีก (Greater wing coverts) สีน้ำตาลเข้มอมดำ ขนปีกบิน ( Primary) สีเดียวกับขนคลุมปีก ลักษณะเด่นของไก่จุกเพศผู้คือ มีขนเป็นแผงละเอียดเป็นกระจุกสีน้ำตาลแดงบนหัว หน้าผากดำแต้มด้วยขนสีขาว มีขนยาวรูปลักษณะของ Filoplume งอกเป็นกระจุกเล็กๆ ที่กลางหน้าผาก มีปากดำ โคนปากสีแดง ขอบตา (Eye-ring) เป็นหนังสีแดงสวยงามสะดุดตามาก ขาและนิ้วเท้าสีแดงเข้ม หางสั้นไม่มีเดือย

เพศเมีย สีขนหลังเป็นสีเขียวมะกอกหัวสีเทาไม่มีแผงขนบนหัวเช่นเพศผู้ขนคลุมปีกสีน้ำตาลออกแดงเช่นเดียวกับขนปีกบิน ขอบตามีสีแดงอมน้ าตาลเช่นเดียวกับเพศผู้ปากสีดำไม่มีแต้มแดง ไม่มีเดือย

ราคาไก่จุก

ถิ่นอาศัยและอาหาร

ไก่จุกพบได้ในภาคใต้ตั้งแต่ใต้คอคอดกระลงไปสุดเขตแดนภาคใต้และประเทมาเลเซีย สำหรับในประเทศไทย ชอบอาศัยอยู่ใน ป่ารกทางภาคใต้ของประเทศ สภาพป่าที่ไก่จุกชอบก็คือ ป่าที่มีป่าไผ่ขึ้นสลับกับไม้ยืนต้น ที่ให้ผลร่วงหล่นลงมา เป็นอาหารของไก่จุกได้อย่างอุดมสมบูรณ์ไก่จุกมักหากินตัวเดียวหรือเป็นคู่บนพื้นดินและอาศัยตามป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นที่รกทึบซึ่งมีพื้นดินค่อนข้างแห้งและแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรบนที่ราบต่ำและเนินเขา

การแพร่กระจายพันธุ์พบที่ ภาคตะวันตกตอนล่าง เคยมีรายงานการพบเห็นในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และภาคใต้ ในอดีตเคยมีรายงานการพบเห็นและเก็บตัวอย่างได้เกือบทั่วทั้งภาคใต้ยกเว้นเฉพาะจังหวัดภูเก็ต พัทลุง สงขลา และนราธิวาส แต่ในปัจจุบันหาได้ยากและพบเห็นบ้างเฉพาะในบางท้องที่เท่านั้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม จังหวัดกระบี่และตรังและอุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล

ในธรรมชาติอาหารของไก่จุกส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ป่าที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน รวมถึงเมล็ดพืชต่างๆ หนอน ไส้เดือน และแมลง ต่างๆ เมื่อมนุษย์เรานำมาเลี้ยงอาหารหลักก็จะใช้อาหารไก่ไข่ สลับกับอาหารไก่เนื้อ ข้าวเปลือก และอาหารนกเขาใหญ่ เสริมด้วยหนอนนก ผลไม้ตามฤดูกาล อาทิ มะละกอ กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร มะม่วงสุก ส้ม เชอร์รี่ ฯลฯ พืช และผักต่างๆ อาทิ ข้าวโพด กระเพรา และหญ้าขน เป็นต้น

การเลี้ยงไก่จุก

พฤติกรรม , การสืบพันธุ์

ไก่จุกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 8 เดือนจนถึง 1 ปี และเริ่มผสมพันธุ์ก่อนฤดูฝนราว 1 เดือน ในมลายูเคยพบไข่ในเดือนธันวาคมถึงมิถุนายนและสิงหาคม และลูกนกฟักออกจากไข่ในตอนปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ไก่จุกในกรงเลี้ยงผสมพันธุ์และออกไข่ตลอดทั้งปี

ไก่จุกจะทำรังบนพื้นซ่อนตัวอยู่ภายใต้กองเศษซากใบไม้ ออกไข่ห้าหรือหกใบ มีสีขาวฟักใน 18 วัน ไก่จุกจะต่างจากไก่ทั่วไป โดยพ่อแม่จะป้อนอาหารให้ลูกจากปากสู่ปากแทนที่จะจิกกินบนพื้นแบบไก่อื่น และไก่จุกจะนอนในรังเมื่อยังเล็ก ไก่จุกจะรวมตัวกันอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ในธรรมชาติเป็นสัตว์ขี้ตื่น

มีนิสัยรักพวกพ้องใช้เสียงที่หวีดยาวแหลมไม่ดังนัก ในการร้องเรียกเพื่อรวมฝูงหรือร้องเรียกหาคู่ที่กระจัดกระจายออกไป เมื่อพบสิ่งที่คิดว่าเป็นศัตรู โดยเสียงร้องของไก่จุกในบางครั้งเป็นเสียงเบาๆ ในลำคอ ดัง วิด สั้นๆ ติดต่อกัน ได้ยินบ่อยในเวลาเช้าตรู่และพลบค่ำไก่จุกมีความสามารถในการบินได้รวดเร็วแต่ไม่ไกลจนเกินไปนัก

พฤติกรรมการจับคู่จะไม่มีการเกี้ยวพาราสีแบบไก่ป่า หรือ ไก่ฟ้าทั่วๆ ไป เช่น การโก่งคอยืดอก การตีปีกเสียงดัง หรือการกางปีกเอียงลง ข้างหนึ่งแล้ววิ่งวนป้อไปป้อมารอบๆ ตัวเมีย แต่การเกี้ยวพาราสีของไก่จุก จะเริ่มจาก สังเกตเห็นได้จากการที่ตัวผู้ป้อนอาหารให้ตัวเมีย เพราะปกติแล้วทั้งสองเพศจะหากกินแบบต่างตัวต่างกิน

จึงสังเกตได้จากตัวผู้มีการดูแลเอาใจใส่เพศเมียเป็นพิเศษ แสดงออกในด้านการหาอาหาร ด้วยการป้อนอาหารให้เพศเมีย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่อน าหนอนนก (Mealworm) ไปให้เพศผู้จะคาบไว้แล้วส่งเสียงร้องเบาๆ เรียกเพศเมียมารับไปกินจากปากตัวแล้วตัวเล่า จนกว่าเพศเมียจะพอ หรืออิ่มแล้วเพศผู้ถึงจะกินเอง

ขายลูกไก่จุก

ในระยะของการจับคู่เพื่อผสมพันธุ์นี้ทั้งสองเพศจะเดินคลอกันไปเกือบตลอดทั้งวัน และทั้งสองเพศจะช่วยกันสร้างรัง เพศผู้มักจะชอบคุ้ยเขี่ยพื้นทรายโดยใช้เท้าลากจากหน้าไปหลังเป็นเส้นตรงผิดกับไก่โดยทั่วไป เมื่อพบอาหารก็จะเชิญชวนให้เพศเมียมากินอาหารนั้น เมื่อเพศเมียพร้อมและยอมรับการผสมพันธุ์เพศเมียก็จะมีพฤติกรรมแสดงออก โดยจะคลานลอดใต้ท้องเพศผู้บ้าง หมอบราบๆ บนพื้นทรายแล้ว ชูคอเล็กน้อย อ้าปากกว้าง ซึ่งพฤติกรรมการเดินใต้หว่างขานี้เป็นได้ทั้งสองเพศ

ในระหว่างฤดูการผสมพันธุ์เพศผู้จะขึ้นขี่ทับเพศเมียโดยเพศผู้มักใช้ปากคาบจับขน Filoplume ไว้เป็นการทรงตัว และ ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ตัวเมียเมื่อถูกผสมพันธุ์แล้วจะสลัดขนไปมาถึงแม้ว่าไก่จุกเดินหากินตามพื้นดิน และในเวลากลางวันเมื่อกินอิ่มแล้วอาจพักผ่อนหลับนอนตามพื้นดินภายในดงพืชรกๆ บ้าง แต่เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ

ไก่จุกจะต้องบินขึ้นไปบนต้นไม้เลือกเกาะกิ่งที่ทอดนอนซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินเพียงไม่กี่เมตร เพื่อหลับนอนในตอนกลางคืนเช่นเดียวกับนกกระทาบางชนิด ทั้งนี้เพื่อให้ปลอดภัยจากศัตรู เช่น แมวป่า ชะมดหรืออีเห็นที่ออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืน

สถานภาพทางกฎหมาย

ไก่จุกมีสถานภาพทางด้านกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช2535 ที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้แต่ต้องมีหลักฐานการได้มา หรือการครอบครองหรือระบุว่าจะได้มาจากที่ใดอย่างชัดเจน