วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ ไก่ฟ้าหน้าเขียว (Vieillot’s Crested Fireback) เป็นไก่ฟ้าที่มีความสวยงามชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีลักษณะเด่นคือมีแผ่นหนังที่หน้าสีฟ้า ต่างจากไก่ฟ้าชนิดอื่นๆ ที่มีแผ่นหนังสีแดง ไก่ฟ้าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ด้วยความสวยงามของรูปร่างหน้าตา ทำให้สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดนี้ได้รับการอนุญาตให้บุคลธรรมดาสามารถเพราะพันธุ์เลี้ยงไก่ฟ้าหน้าเขียวได้ แต่ต้องมีหลักฐานการได้มา หรือการครอบครองหรือระบุว่าได้มาจากที่ใดอย่างชัดเจน เพื่อการเพราะเลี้ยงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ลักษณะทั่วไปของ ไก่ฟ้าหน้าเขียว

ไก่ฟ้าหน้าเขียวจะมีลักษณะดังนี้ ไก่ฟ้าหน้าเขียวเพศผู้ จะมีความยาวลำตัวประมาณ 67 – 72 เซนติเมตร เป็นส่วนหาง 33 – 36 เซนติเมตร ส่วนหัวและคอจะดำมีหงอนสีม่วงปนดำยาวลำตัวและปีกสีเทามีลายขีดละเอียดมีสีดำตอนบริเวณกลางแผ่นหลังมีสีทองเป็นแววค่อยๆ กลายเป็นสีทองแดงตอนใกล้โคนหาง

บริเวณใต้ท้องและส่วนหางสีดำเหลือบฟ้า บริเวณขาและหนังรอบตาสีแดงขนหางคู่กลาง 2 คู่มีสีขาวคู่ต่อมาครึ่งด้านในเป็นสีขาว ครึ่งด้านนอกเป็นสีดำ ส่วนไก่ฟ้าเพศเมียจะมีความยาวลำตัว 57 – 60 ซม. ทั่วตัวสีน้ำตาล สีออกน้ำตาลแดงบนแผ่นหลัง ใต้ท้องมีสีน้ำตาลแดงและมีลายเกล็ดสีขาว หนังรอบตาจะมีสีแดงสด

ไก่ฟ้าหน้าเขียว

ไก่ฟ้าหน้าเขียวมี 4 ชนิดย่อย ดังนี้

  1. L. i ignita (Lesser Bornean Crested Fireback) พบในบอร์เนียวและเกาะบังกา ตัวผู้มีขนหางตรงกลางสีน้ำตาล ขาขาว ตีนแดง ตัวเมียมีหางออกดำเข้ม ขาขาว
  1. L. i. nobilis ( Greater Bornean Crested Fireback) พบในบอร์เนียวและเกาะบังกา ตัวผู้มีขนหางตรงกลางสีน้ำตาล ขาขาว ตีนแดง ตัวเมียมีสีหางออกดำเข้ม ขาขาว
  1. L. i. rufa (Vieillot’s Crested Fireback) พบในไทย มาเลเซียตะวันตก และสุมาตรา ตัวผู้มีขนหางตรงกลางสีขาว ขาแดง ตีนดำออกน้ำเงินมีลายขาว ตัวเมียมีหางสีน้ำตาลแดง ขาแดง
  1. L. i. macartneyi ( Delacour’s Crested Fireback) พบในทางตะวันออกเฉียงใต้ของสุมาตรา ตัวผู้มีขนหางสีขาว ขาขาว ตีนออกแดง

อาหาร ไก่ฟ้าหน้าเขียว

ถิ่นอาศัยและอาหาร

ถิ่นอาศัยและอาหารของไก่ฟ้าเราสามารถพบในป่าดงดิบที่เป็นป่าต่ำ ไม่ชอบออกหากินตามป่าโปร่งหรือที่โล่งเตียน ชอบอยู่ป่าต่ำมากกว่าป่าสูง ป่าดงดิบแล้งในที่ราบต่ำ หรือป่าขึ้นใหม่ที่มีไม้พื้นล่างทึบ ตลอดจนป่าไผ่จนถึงระดับสูงประมาณ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ไก่ฟ้าหน้าเขียวมีถิ่นกำเนิดและขอบเขตการแพร่กระจายค่อนข้างแคบ พบตั้งแต่ทางตอนใต้ของเทือกเขาตะนาวศรี ภาคใต้ของไทยตลอดจนถึงมาเลเซียและสุมาตราในประเทศไทยมีเฉพาะภาคใต้เท่านั้นในอดีตเคยพบชุกชุมในบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปัจจุบันเป็นนกที่มีเหลืออยู่น้อยมากตามป่าอนุรักษ์บางแห่งในภาคใต้ อาหารของไก่ฟ้าหน้าเขียวได้แก่ แมลงต่าง ๆ ตัวหนอน ยอดหญ้า พืชอ่อน ๆ เมล็ดพืช และผลไม้บางชนิด

สถานภาพทางกฎหมาย

ไก่ฟ้าหน้าเขียวมีสถานภาพทางด้านกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้

นิสัยไก่ฟ้าหน้าเขียว

พฤติกรรม , การสืบพันธุ์

ไก่ฟ้าหน้าเขียวจะมีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ มีตัวผู้เป็นจ่าฝูง แต่ละฝูงจะมีบริเวณเป็นขอบเขตการหากินตอนกลางวันตามป่าดงดิบชื้นที่ทึบในระดับที่ไม่สูงมากนัก อาจพบใกล้ลำธาร ไม่ค่อยออกมาในที่โล่ง

เมื่อเห็นศัตรูจะวิ่งหนีเข้าซ่อนตามพุ่มไม้บางครั้งจะบินหนีไปใกล้ ๆ แล้วลงเดินวิ่งต่อไปออกหากินในเวลากลางวันและเกาะนอนบนกิ่งไม้สูงในเวลากลางคืนในฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนเมษายน – มิถุนายน

โดยไก่ฟ้าจะใช้เวลานานราว 3 ปีจึงจะถึงวัยเจริญพันธุ์ ตัวผู้จะมีหนังบนหน้าขยายใหญ่จนเกือบปิดหน้ามิด เห็นเพียงแต่ตาและงอยปากเท่านั้น

ไก่ตัวผู้จะเป็นตัวเกี้ยวพาราสีโดยการกางปีกออกทั้งสองข้าง ยืดตัวขึ้นแล้วกระพือปีกอย่างแรงให้เกิดเสียงดัง เมื่อผสมพันธุ์กันแล้วไก่ฟ้าตัวเมียจะเป็นผู้สร้างรัง โดยจะทำ 3 รังใต้พุ่มเตี้ยๆ ที่รกทึบ ทำรังด้วยใบไม้และใบหญ้าแห้ง ๆ วางไข่ครั้งละประมาณ 4 – 8 ฟอง

ตัวเมียจะฟักไข่หลังจากออกไข่ฟองสุดท้ายแล้ว ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 24 – 25 วันในที่แล้ง ไก่ฟ้าตัวเมียบางตัวอาจจะวางไข่ได้สูงถึง 40 – 50 ฟองต่อปี ลูกไก่ฟ้าหน้าเขียว แรกเกิดจะมีขนอุยคลุมทั่วตัว เมื่อลืมตาลุกขึ้นยืนเดินได้ ก็จะเดินตามแม่ไปหาอาหารได้หลังออกจากไข่ 3 – 4 ชั่วโมง

พฤติกรรมไก่ฟ้าหน้าเขียว

วิธีการขั้นตอนขออนุญาตเพาะเลี้ยงไก่ฟ้าหน้าเขียว

ไก่ฟ้าหน้าเขียวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใช้ในกิจการเพาะพันธุ์และสามารถทำได้ ดังนี้

  1. ต้องเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่จะอนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ (มี 59 ชนิด)
  2. ต้องมีหลักฐานการได้มา หรือการครอบครองหรือระบุว่าจะได้มาจากที่ใดโดยสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใช้ในกิจการเพาะพันธุ์ได้มาจาก
  3. ครอบครองสัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน พ.ศ. 2535
  4. ครอบครองอยู่ก่อน มีกฎกระทรวงใหม่ก าหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
  5. ได้มาจากทางราชการจัดหาให้เพื่อใช้ในกิจการเพาะพันธุ์ (ม. 26)
  6. ได้มาจากผู้เลิกกิจการสวนสัตว์สาธารณะหรือกิจการเพาะพันธุ์
  7. ได้มาจากการซื้อจากผู้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้จากการเพาะพันธุ์
  8. ได้มาจากการนำเข้าจากต่างประเทศ
  9. ได้มาโดยมีหลักฐานการแจ้งรายการชนิดและจำนวนสัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในปี 2546 สถานที่ชมและสามารถเข้าชมไก่ฟ้าหน้าเขียวได้ คือ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา