วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ นกยูงไทย (Green Peafowl) นกยูงจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ที่กฎหมายได้ให้ความคุ้มครอง แต่ทางกฎหมายก็ได้อนุญาตให้นำนกยูงไทยมาเพราะพันธุ์เลี้ยงได้ แต่ต้องมีหลักฐานการได้มา

หรือการครอบครองหรือระบุว่าได้มาจากที่ใดอย่างชัดเจน เพื่อการเพราะเลี้ยงที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนได้มาเรียนรู้ถึงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของนกยูงไทยแบบละเอียด เพื่อนำข้อมูลหรือความรู้ที่ได้จะบทความนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์จากการเลี้ยงและการเพราะพันธุ์นกยูงไทย

นกยูงไทย ราคา

ลักษณะทั่วไปของ นกยูงไทย หรือ นกยูงสีเขียว

นกยูงไทยหรือ นกยูงสีเขียว ชนิดนี้จะมีขนาดลำตัวยาว 120-210 เซนติเมตร มีขายาวสมส่วน ทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีหงอน เป็นเส้นขน สีเขียวเหลือบ ชี้ ตรงอยู่บนหัว แตกต่างกับ นกยูงอินเดีย ที่จะมีหงอนเป็นรูปพัดบนหัวและที่คอเป็นขนสั้น ๆ เหลือบเขียวแกมน้ำเงิน

ส่วนหน้าของ นกยูงไทย ทั้งสองข้างจะมีสีฟ้า ดำ และเหลือง ขนคอ ขนหน้าอก และส่วนบนของหลังเป็นขนที่มีปลายขนป้าน กลม, ตรงกลางขนเหลือบสีน้ำเงินแก่ล้อมรอบด้วยสีเขียว และสีทองแดง ตรงขอบขนปีก มีขอบสีเหลือบเขียวแกมดำ มองดูคล้าย ๆ กับเกล็ดปลา, หลังเป็นขนสีเหลือบเขียวตรงกลางแล้ว กลายเป็นสีทองแดงแกมดำ

นกยูงไทย เพศผู้ จะมีแพนขนปิดหางยาวหลายเส้น ที่ปลายแพนขนปิดหางนี้ มีดอกดวง ที่เรียกว่า “แววมยุรา” ซึ่งตรงกลางดวง เป็นสีน้ำเงินแกมดำ อยู่ในพื้นวงกลมเหลือบเขียว ล้อมรอบด้วยลายเป็นวงรูปไข่สีทองแดง เวลานกยูงรำแพน จึงเปรียบเหมือนพัดขนาดใหญ่ ที่มีสีสันงดงาม

ส่วนนกยูงไทยเพศเมีย จะแตกต่างจากเพศผู้ คือมีขนาดร่างกายเล็กกว่า สีขนสดใสน้อยกว่า และมีเดือยสั้นกว่าเดือยของเพศผู้มาก นอกจากนั้นบริเวณขนต่าง ๆ ของเพศเมียมักมีสีน้ำตาลดำ หรือสี น้ำตาลแดงแทรกเป็นคลื่น จึงมองเห็นเป็นลายคลื่นทั่วทั้งลำตัว

สำหรับ นกยูงไทย แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์พม่า สายพันธุ์ชวา และสายพันธุ์อินโดจีน ซึ่งสองสายพันธุ์หลังนี้ พบการกระจายพันธุ์ในประเทศไทย โดยสายพันธุ์ชวาพบอยู่ทางใต้ ส่วนสายพันธุ์อินโดจีน พบได้ทั่วไปในอาณาบริเวณที่อยู่เหนือคอคอดกระ ตามริมลำน้ำสายใหญ่ ใกล้แนวป่า เช่น แถบลำน้ำปิง ลำน้ำพอง ลำน้ำตาปี ลำน้ำแควใหญ่ และแควน้อย

นกยูงไทย

ถิ่นอาศัยและอาหาร

พบตั้งแต่รัฐอัสสัมในประเทศอินเดีย ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะชวาในประเทศอินโดนีเซียนกยูงไทยเป็นนกที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ได้แก่ พวกเมล็ดหญ้า เมล็ดของไม้ยืนต้นธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นจากต้น ยอดอ่อนของหญ้า แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก หากินตามพื้นดินเช่นเดียวกันกับไก่ฟ้าและไก่ป่า

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์ของนกยูงผันแปรแตกต่างกันในแต่ละประเทศ สำหรับในประเทศไทยนกยูงไทยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบว่า ฤดูผสมพันธุ์อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน ในประเทศพม่า

นกยูงส่วนใหญ่วางไข่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม แต่บางครั้งก็พบว่าวางไข่ไปจนถึงเดือนกันยายน ส่วนใหญ่นกยูงในประเทศพม่า ฤดูผสมพันธุ์คือ ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน แต่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ก็เคยมีการรายงานเช่นกัน

ในการจับคู่ผสมพันธุ์ นกยูงเพศผู้ส่งเสียงร้องเรียกเพศเมีย ด้วยเสียงที่ดัง และมีความเฉพาะตัวสามารถเรียกมาเป็นฝูง แต่สุดท้ายก็เลือกจับคู่เพียงเฉพาะเพศเมียตัวเดียวเพียงเท่านั้น

การเกี้ยวพาราสี และการผสมพันธุ์ของนกยูงไทยในธรรมชาติ รายงานว่า เมื่อฝูงนกยูงเพศเมียผ่านเข้ามาในดินแดนของตน นกเพศผู้ก็เข้าไปร่วมหากินอาหารด้วย ช่วงเวลาถัดไปเริ่มแสดงการเกี้ยวโดยการรำ แพนหางเรียกความสนใจ

นกยูงไทย

ขั้นตอนการเกี้ยว เริ่มโดยการยกแพนขนปิดหางขึ้นพร้อมกับคลี่อออกจนเป็นรูปพัด กางปีกทั้งสองข้างออกพยุงลำตัว ชูคอขึ้นสูงเล็กน้อย ย่ำเท้ากับพื้นเบาๆ แล้วจึงลู่แพนหางเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว และหมุนตัวกลับหันแพนหางด้านหลังให้กับนกเพศเมีย

การสั่นหาง และการหันส่วนต่างๆ ทำสลับเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอดเวลา นกยูงเพศเมียซึ่งพร้อมผสมพันธุ์ก็เดินเข้าไปใกล้ และจิกขนของเพศผู้ตามบริเวณต่างๆ เมื่อเพศเมียเดินไปข้างหน้า และย่อตัวลง เพศผู้จึงลดแพนหางลงแล้วผสมพันธุ์ทันทีในการเกี้ยวพาราสีบางครั้งก็ไม่เกิด ผล เนื่องจากฝูงนกยูงเพศเมียไม่ได้ให้ความสนใจ

และเดินผ่านพ้นเขตครอบครองไปสู่เขตครอบครองของเพศผู้ตัวอื่น ซึ่งขณะนั้นนกยูงเพศผู้ที่มีเขตครอบครองข้างเคียงได้รำแพนคอยอยู่แล้ว

การสร้างรังวางไข่ส่วนใหญ่สร้างอยู่บนพื้น ปกติอยู่ในแหล่งที่ปลอดภัย จากศัตรูต่าง ๆหรือสามารถมองเห็นศัตรูก่อน ตามปกติในธรรมชาติวางไข่ครั้งละ 1-6 ฟอง แต่ในกรงเลี้ยงพบว่า สามารถวางไข่ได้ถึงครั้งละ 8 ฟอง

เปลือกไข่มีสีน้ำตาลแกมเหลือง บางครั้งมีลายประสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลแดง ขนาดไข่เฉลี่ยกว้าง 53.7 มิลลิเมตร ยาว 72.7 มิลลิเมตร น้ำหนักไข่ประมาณ 114.9 กรัม โดยมีนกยูงเพศเมียเท่านั้นที่ทำหน้าที่กกไข่ โดยใช้ระยะฟักไข่ 26-28 วัน

นกยูงลักษณะ

ที่อยู่อาศัยของนกยูง

นกยูงชอบอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบผสม ตามริมลำธารในป่า

เขตแพร่กระจายของนกยูง

นกยูงมีเขตแพร่กระจายจากทางเหนือของประเทศอินเดียไปทางทิศตะวันออก ผ่านพม่า ตอนใต้ของประเทศจีน ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซียและชวา

สถานภาพของนกยูงในปัจจุบัน

นกยูงเคยมีชุกชุมทั่วประเทศที่ระดับความสูงต่ำกว่า 900 เมตร ยกเว้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ปัจจุบันพอจะพบได้ในบริเวณทิศตะวันตกของประเทศบริเวณจังหวัดตาก อุทัยธานี กาญจนบุรี และยังมีรายงานการพบที่จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย นกยูงจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1

นกยูงไทย ความยาว

สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์

การปล่อยให้มีการล่านกยูงโดยเสรีในอดีต และการที่มีผู้ที่นิยมเลี้ยงนกยูงกันเป็นจำนวนมากในระหว่างปี พ.ศ. 2510-2517 ทำให้มีการส่งออกนกยูงออกนอกราชอาณาจักร เฉพาะที่ท่าอากาศยานกรุงเทพมากถึง 626 ตัว

นอกจากนี้ ความนิยมในการนำขนนกยูงมาทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งและเป็นเครื่องหมายแสดงสถานภาพในกลุ่มสังคมของคนบางกลุ่ม เป็นเหตุให้นกยูงถูกล่าเป็นจำนวนมาก เพียงเพื่อต้องการขน ประกอบกับการทำลายป่าที่อยู่ตามริมลำธารในป่า ก่อให้เกิดความสูญเสียแหล่งหากินและทำรังวางไข่ของนกยูง ทำให้ปัจจุบันนกยูงกลายเป็นสัตว์ที่หาได้ไม่ง่ายนัก