วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับ แมวป่า แมวป่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ขึ้นบัญชีหมายเลข 1 สำหรับประเทศไทย เพราะในปัจจุบันเราไม่สามารถพบเจอแมวป่าได้แบบง่ายๆ แล้ว ทำให้ทางราชการได้ออกกฎหมายมาคุ้มครองสัตว์ป่าประเภทนี้

และด้วยการล่าของนายพราน หรือการบุกรุกป่าของมนุษย์จึงทำให้แมวป่าชนิดนี้ได้ถูกคุกคามการใช้ชีวิตเป็นจำนวนมาก จนท้ายที่สุดแมวชนิดนี้ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครองของประเทศไทย เพื่อลดการล่าและการคุกคาม และสำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษาพฤติกรรมเกี่ยวกับแมวป่าแบบละเอียด เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาและทำการวิจัยต่อไป

แมวป่า

ลักษณะทั่วไปของ แมวป่า

แมวป่ามีรูปร่างผอมเพรียว สีตามลำตัวเรียบ ไม่มีลวดลาย มีสีสันหลายแบบ ตั้งแต่สีทราย เทาอมเหลือง น้ำตาลอมเทา หรือน้ำตาลอมแดง ส่วนล่างของลำตัวมีสีครีมหรือน้ำตาลแดงอ่อน ๆ ขายาวเรียว มีลายเส้นตามขวางจาง ๆ ซึ่งเห็นได้ชัดในวัยเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นจะจางลง

แมวที่อยู่ค่อนข้างไปทางใต้จะมีเส้นที่ขานี้จางกว่าแมวที่อยู่ทางตอนเหนือ ในฤดูหนาวขนตามลำตัวจะหนาและเข้มขึ้น หัวค่อนข้างแคบและมีหน้าผากโหนกสูง จมูกและคางมักมีสีขาว หูใหญ่ ตั้งสูงและกลม ค่อนข้างชิดกัน ปลายหูมีขนเป็นกระจุกสีดำ ยาวถึง 15 มม.

ม่านตาสีเหลืองสว่าง บางพันธุ์มีเส้นน้ำตาจาง ๆ อยู่ใต้ตา หางค่อนข้างสั้น ยาวประมาณ 27 เซนติเมตร หรือประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของความยาวหัว-ลำตัว มีลายเป็นปล้อง ปลายหางดำ

แมวป่ามีความยาวถึง 75 เซนติเมตร ค่อนข้างใหญ่กว่าแมวป่าอาฟริกาหรือแมวป่าเอเชีย (Felis silvestris) ตัวผู้เต็มวัยมีน้ำหนักประมาณ 4.6-7.6 กก. ตัวเมียหนักประมาณ 3.1-5.3 กก.

แมวป่าตัวผู้อายุมากตัวหนึ่งถูกจับได้ในป่าสงวนอัสตราฮันในรัสเซียมีน้ำหนักถึง 13 กิโลกรัม ที่หนักที่สุดที่เคยบันทึกไว้หนักถึง 16 กิโลกรัม ลูกแมวจะมีจุดทั่วตัวแต่จะจางหายไปเมื่ออายุได้ราว 6 เดือน

แมวป่า เลี้ยง

อุปนิสัย

แมวป่าหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่มักออกหากินในเวลากลางวันมากกว่า หากินบนพื้นดินเป็นหลัก แต่ก็สามารถปีนต้นไม้ได้ดี เหยื่อที่ชอบจับได้แก่สัตว์ฟันแทะต่าง ๆ ตั้งแต่หนูตัวเล็ก ๆ จนถึงขนาดใหญ่อย่างคอยปู้ (นากหญ้า) ที่อาจหนักถึง 7 กิโลกรัม มันอาจชอบคอยปู้มากเป็นพิเศษ

เพราะเคยมีผู้วางกับดักไว้ใกล้กับฟาร์มเลี้ยงคอยปู้ ภายในเวลา 14 ปีมีแมวป่าติดกับดักนี้ถึง 200 ตัว นอกจากนี้แมวป่ายังล่ากระต่ายป่า นก เป็ด ไก่ กิ้งก่า งู กบ แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก เช่น ลูกกวางดาวหรือลูกหมูป่า ว่ายน้ำเก่ง และสามารถดำน้ำลงไปจับปลาได้ บางครั้งก็ไปจับไก่ของชาวบ้านกินด้วย

แมวป่าสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลายอย่าง บางครั้งอาจพบได้ใกล้แหล่งอาศัยของมนุษย์ เช่นตามพื้นที่เกษตรกรรมหรือบ้านร้าง ชีวิตครอบครัวของแมวป่าต่างจากแมวทั่ว ๆ ไปมาก แมวป่าเป็นสัตว์ที่อยู่เป็นครอบครัว พ่อแมวรู้จักดูแลลูกแมวและปกป้องคุ้มครองลูก ๆ ซ้ำยังดูแลใกล้ชิดยิ่งกว่าแม่แมวเสียอีก

แมวป่าไทย

ถิ่นที่อยู่อาศัย

แมวป่ามีเขตกระจายพันธุ์กว้างมาก เริ่มตั้งแต่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำวอลกาในอิยิปต์ ผ่านตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหนือคอคอดกระ อินเดีย ศรีลังกา ทางตะวันตกมณฑลซินเจียงของจีน

ชื่อของแมวป่า ฟังดูแล้วเป็นชื่อที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก เพราะคำว่าป่าชวนให้นึกถึงป่าทึบมากกว่า แม้แต่ในภาษาอังกฤษก็เรียกแมวชนิดนี้ว่า jungle cat ซึ่งหมายถึงป่าทึบเหมือนกัน ในความเป็นจริงแล้ว แมวป่าชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างโปร่ง เช่นป่าหญ้าสูง ป่าอ้อ ป่าวูดแลนด์ หรือแม้แต่ตามพื้นที่กสิกรรม เช่นไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ไร่ฝ้าย โดยเฉพาะในเอเชีย ไร่อ้อยเป็นพื้นที่กสิกรรมที่พบแมวป่าได้บ่อยที่สุด

แมวป่าที่ชอบพื้นที่ ๆ มีความชื้นสูง มักพบใกล้แหล่งน้ำ เช่นหนอง บึง หรือใกล้ชายฝั่ง ในอิสราเอล แมวป่ามักถูกพบบริเวณบ่อเลี้ยงปลาและริมคลองชลประทาน แมวป่าในอาเซอร์ไบจันที่อาศัยอยู่ในที่ราบกึ่งทะเลทรายจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชลประทานแต่จะลดจำนวนลงในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง

อย่างไรก็ตาม แมวป่าก็สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี เช่นทะเลทรายหรือพื้นที่กึ่งทะเลทราย โดยอยู่ใกล้กับโอเอซีสและแม่น้ำ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักพบแมวป่าอยู่ในป่าเบญจพรรณเขตร้อน แต่ก็เคยพบในป่าดิบของเวียดนามเหมือนกัน ในเทือกเขาหิมาลัย พบแมวป่าที่ระดับความสูงที่สุดถึง 2,400 เมตร ในเทือกเขาคอเคซัสที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเลแคสเปียนพบถึงระดับ 1,000 เมตร

แมวป่า นิสัย

ชีววิทยา

แมวป่า เสือบอง เสือกระต่าย เชื่อว่าแมวป่าติดสัดมากกว่า 1 ครั้งในปีหนึ่ง การเป็นสัดแต่ละครั้งกินเวลาราว 5 วัน เสียงร้องหาคู่ของแมวหนุ่มในฤดูผสมพันธุ์จะคล้ายกับเสียงเห่า ในเขตเอเชียกลาง แมวป่าจะผสมพันธุ์ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่วนในอินเดียมักจะผสมพันธุ์ในเดือนพฤษภาคม

เคยมีผู้พบลูกแมวในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ในรัฐอัสสัม ส่วนแมวป่าในแถบแคสเปียนจะผสมพันธุ์ในเดือนมิถุนายน หากที่อยู่อาศัยอุดมสมบูรณ์ มันอาจผสมพันธุ์ปีละ 2 ครั้ง หลังจากตั้งท้องนาน 63-68 วัน แม่แมวป่าจะออกลูก ลูกครอกหนึ่งมีประมาณ 1-6 ตัว

(เฉลี่ย 2.89) รังของแมวป่ามักอยู่ในกออ้อหรือพุ่มไม้ทึบ บางครั้งอาจใช้โพรงไม้หรือรูของสัตว์อื่นที่ทิ้งแล้วเป็นรังเลี้ยงลูกอ่อน ที่ริมแม่น้ำในอุสเบกิสถาน เคยมีผู้พบรังของแมวป่าสองรังซึ่งเป็นโพรงในดงอ้อและปูด้วยใบไม้และขนสัตว์ แมวป่าชอบใช้โพรงที่สัตว์ชนิดอื่นทิ้งแล้วเป็นรังเลี้ยงลูก

เช่น รังหมาจิ้งจอก หรือแบดเจอร์ ลูกแมวแรกเกิดหนัก 130-140 กรัม ลืมตาได้เมื่ออายุได้ 10-12 วัน มีริ้วสีดำ และจะค่อย ๆ จางลงเมื่ออายุมากขึ้น เมื่ออายุได้ 3 เดือนก็จะหย่านม และเริ่มล่าเหยื่อหากินเองได้เมื่ออายุ 5-6 เดือน แมวป่าเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 11-18 เดือน แมวป่าในแหล่งเพาะเลี้ยงมีอายุได้ถึง 15 ปี แมวป่าเคยมีอยู่มากตามสวนสัตว์ แต่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว

แมวป่า เลี้ยงได้ไหม

ภัยที่คุกคาม

แม้ว่าแมวป่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับที่อยู่อาศัยได้หลายแบบ แต่ดูเหมือนว่ามันชอบอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้ว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำจะมีประชากรแมวป่าหนาแน่นกว่าพื้นที่อื่น ๆ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นการลดจำนวนประชากรของแมวป่ามากที่สุด

การที่แมวป่ามีหนังไม่สวยงามก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกคุกคามจากการล่า แมวป่าจำนวนไม่น้อยถูกชาวบ้านฆ่าเพราะมันชอบไปจับเป็ดไก่ของชาวบ้านกิน พรานกระต่ายหรือพรานนกหลายคนก็รังเกียจแมวป่าเพราะมันชอบล่ากระต่ายป่าและนก จึงยิงทิ้งไปเป็นจำนวนมาก

สถานภาพ

ปัจจุบันยังแมวป่าอยู่ทั่วไปในเขตที่เป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิม มีเพียงบริเวณชายขอบของเขตกระจายพันธุ์ของมันเท่านั้นที่มีอยู่เป็นจำนวนน้อย เช่นในประเทศจีน ในประเทศศรีลังกามีแมวป่าอยู่ในระดับพบไม่บ่อย พบได้เฉพาะตามป่าโปร่งที่แห้งแล้งตอนเหนือของประเทศเท่านั้น ในเอเชียกลาง

มีการประเมินความนานแน่นของแมวป่าเอาไว้ว่า 4-15 ตัวต่อ 10 ตารางกิโลเมตร แต่ในที่ ๆ ป่าไม้เสื่อมโทรมจากการพัฒนาที่ดินความหนาแน่นจะลดลงเหลือไม่ถึง 2 ตัวต่อ 10 ตารางกิโลเมตรส่วนไอยูซีเอ็นยังจัดสถานภาพของแมวป่าไว้ในระดับมีความเสี่ยงน้อย (2550)