วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ นกกาบบัว (Painted Stork) เป็นนกปากยาว แบนข้างเล็กน้อย โคนปากกว้าง สันขากรรไกรบนมนและโค้ง ขากรรไกรล่างเว้า รูจมูกเป็นรูปไข่ ตั้งอยู่โคนขากรรไกร หัวและใต้คอไม่มีขนคลุม แต่ท้ายทอยและคอมีขนคลุม ขายาว น่องทางครึ่งบนมีขนคลุม นิ้วยาว ,ขนคลุมโตน ขนหางด้านล่างยาวมาก และงอกยาวพ้นขนหาง ทั่วโลกมีนกในสกุลนี้ 4 ชนิด ประเทศไทยพบเพียง 2 ชนิด คือ นกกระสาปากเหลือง (Milky Stork) และ นกกาบบัว (Painted Stork)

ลักษณะ นกกาบบัว

รูปร่างลักษณะทั่วไปของ นกกาบบัว (Painted Stork)

นกกาบบัวเป็นนกที่มีขนาดใหญ่มาก ความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง 100 – 102 ซม. ปากยาวตอนปลายปากมักมนและโค้งลงเล็กน้อย หัวเล็ก คอค่อนข้างยาว ปีกกว้างและยาว หางสั้น ขายาว นกทั้งสองเพศสีสันคล้ายกัน นกที่เต็มวัย ปากสีเหลือง

ลำตัวสีขาว บริเวณปีกมีแถบสีชาวสลับดำ อก และ ปลายปีกมีแถบสีดำ ขนโคนปีก ขนคลุมขนปีกแถวนอก และ ขนบริเวณตะโพก เป็นสีชมพูขนแต่ละเส้นเป็นสีขาว ขนชมพูอมขาวนี้ ยาว ออกไปจนถึงตะโพก และ หาง มองดูเผินๆ คล้ายกับ ว่าใครเอาสี ชมพูสดๆ มาแต่งแต้ม ไว้ เป็นที่มาของชื่อสามัญของนกชนิดนี้ ว่า Painted Stork

ปากของนกกาบบัว สีเหลืองแกมส้ม แต่ ตอนโคนปากสีเขียวปนเทาม่านตาสีเหลืองบริเวณหัวเป็นหนังเปลือยเปล่าสีเหลืองแกมส้มเช่นเดียวกับปาก ขา และ นิ้วเท้า สีน้ำตาลแกมแดงอ่อนๆ ขาและนิ้วเท้าสีน้ำตาลหรือสีแดง ในฤดูผสมพันธุ์ ผิวหนังบริเวณใบหน้าเป็นสีแดง

นกกาบบัว

แหล่งอาศัยหากิน

ปกติอาศัยหากินเป็นฝูงตามแหล่งน้ำ เช่น บึง หนองน้ำ ขนาดใหญ่ ทุ่งนา หรือชายทะเล ที่เป็นโคลนเลน ห่างไกลจากบ้านคน มันหาอาหาร โดยเดินลุยไปตามแหล่งน้ำ ที่ระดับน้ำไม่ลึกมากนัก อ้าปากเกือบตลอดเวลา ตาคอยจ้องหาเหยื่อในน้ำ เมื่อพบจะใช้ปากงับ แล้วคาบเอาไว้ สักพักหนึ่งจึงเงยหัวขึ้นเล็กน้อย

นกจะอ้าปากกว้างขึ้นแล้วกลืนเหยื่อลงไปทั้งตัว บางครั้งมันจะ เดิน ไปตามทุ่งหญ้าเพื่อจิกแมลง ตัวหนอน เมื่ออิ่มแล้วมันมักยืนขาเดียว พักผ่อน ใช้ปากไซ้ขน หรือ กางปีกผึ่งแดด

อาหารของนกกาบบัว ส่วนใหญ่จะกินสัตว์น้ำเป็นส่วนใหญ่ชอบเดินหาอาหารพวกปลา ,กบ ,เขียด ,ลูกปู ,ปลา ,กุ้ง และหอย นอกจากนี้ยังกิน แมลง และตัวอ่อนของแมลง เป็นต้น

ข้อมูล นกกาบบัว

ฤดูผสมพันธุ์ทำรังวางไข่

ตามปกติเรามักไม่ค่อยพบเห็นนกกาบบัวครั้งละหลายๆตัว นอกจากใน ฤดูผสมพันธุ์ ซึ่ง นกจะพากันมาทำรังวางไข่ บนต้นไม้ต้นเดียวกัน หรือ ต้นไม้ ใกล้ๆกัน นกกาบบัวผสมพันธุ์ ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน เป็นนกผัวเดียวเมียเดียว ตลอดฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งอาจ ตลอดชีวิตก็ได้ มักทำรังรวมกันเป็นกลุ่ม บนยอดไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นใกล้แหล่งน้ำหรืออยู่ในแหล่งน้ำ เช่น ต้นยางนา ,ต้นเทียะ ,ต้นกระทุ่มน้ำ เป็นต้น

การก่อสร้างรังของนกชนิดนี้มันมักจะจับคู่และเกี้ยวพาราสีกันด้วยการหันหน้าเข้าหากัน ผงกหัวพร้อมกับ ขยับขากกรรไกรให้กระทบกันจนเกิดเสียงดัง บางครั้งก็ใช้ปากกระทบกัน จากนั้นมันจะผสมพันธุ์กัน แล้วนกทั้งสองเพศจะช่วยกันหาวัสดุ เลือกสถานที่ และสร้างรัง

การสร้างรัง

การสร้างรังของนกกาบบัว ( Painted Stork ) ส่วนมากจะสร้างรังเป็นแบบง่ายๆ สร้างแบบหยาบๆ โดยการนำกิ่งไม้ทั้งสดและแห้งจากต้นที่สร้างรังและจากต้นอื่นมาวางซ้อนกันบนยอดไม้ กิ่งไม้ใช้ทั้งกิ่งสด และกิ่งแห้ง แล้วทำแอ่งตรงกลางเพื่อรองรับไข่ โดยทั่วไปรังมีเส้นผ่าศูนย์กลางขอบนอก ประมาณ 50 – 60 ซม.

เส้นผ่าศูนย์กลางขอบใน 35 -40 ซม. แอ่งตรงกลางลึก 10 -15 ซม. ปกติใช้เวลาสร้างรังราว 2 – 3 วัน มันมักเสริมรังเสมอ เมื่อวัสดุเก่าผุพัง

ลักษณะ นกกาบบัว

ฤดูผสมพันธุ์และการวางไข่

การผสมพันธุ์ของนกกาบบัวก็จะผสมไปเรื่อยๆ เมื่ออออกไข่ครบจำนวนแล้วจึงจะหยุดไข่มีด้านหนึ่งป้าน หรือ ใหญ่และเรียวไปยังอีกด้านหนึ่ง เปลือกไข่สีออกเขียว หรือสีขาวด้านๆ ไม่เป็นมันเงา ไม่มีจุดหรือลวดลายใดๆ แต่บางครั้งอาจมีขีดประ หรือ จุดเล็กๆ สีน้ำตาลกระจายเล็กน้อยทั่วฟอง ขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 46.5 -x 70.8 มม.

และมีน้ำหนักเฉลี่ย 75.55 กรัม วางไข่ครอกละ 2 – 6 ฟอง โดยพบ 4 ฟองบ่อยที่สุด ทั้งสองเพศ ผลัดกันฟักไข่ ตั้งแต่ออกไข่ ฟองแรก ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 30 -31 วัน

วันที่แสงแดดแรงจัด กนที่ฟักไข่จะยืนขึ้น เหนือรัง และ กางปีกทั้ง 2 ข้าง ออกเต็มที่หรือ งอที่หัวปีกเล็กน้อย เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวและเพื่อบังไข่หรือลูกนกมิให้ถูกแดดมากเกินไปเมื่อนกตัวที่มิได้กกไข่กลับมาถึงรังนกตัวที่กกไข่จะบินออกไปทักทายด้วยการเอาปากไปแตะกันทั้งนกตัวผู้และนกตัวเมียจะหวงไข่และรังของมันมากจะไม่ยอมทิ้งรังอยู่ตามลำพังเพราะบางครั้งอาจมีสัตว์ผู้ล่าจำพวก กระรอก ,เหยี่ยว ,อีกา ,ตะกวด ,นกเอี้ยง ,นกตะขาบทุ่ง ฯลฯ มาขโมยไข่และลูกนกไปกินได้

ลูกนกแรกเกิดมีผิวหนังเป็นสีชมพู มีขนอุยสีขาวอมเทาปกคลุมลำตัวบางส่วนโดยเฉพาะลำตัวด้านบนหัวและปากสีดำ ขาและนิ้วเท้ายังไม่แข็งแรงพอจะยืนหรือเดินได้ เนื่องจากพ่อแม่นกกกไข่ตั้งแต่ออกไข่ฟองแรกดังนั้นลูกนกจะฟัก ออกจากไข่ไม่พร้อมกันไข่ที่ฟักก่อนจะออกเป็นตัวก่อน

ดังนั้นในรังหนึ่งจะมีลูกนกขนาดต่างกันในตอนแรกๆ แต่นานวันเข้าลูกนกจะโตทันกันและมีขนาดตัวไร่เรี่ยกันในช่วงนี้พ่อแม่ต้องช่วยกันกกป้องกันแสงแดดป้องกันภัยและผลัดกันหาอาหารมาป้อนโดยการสำรอกอาหารใส่ปากลูกนกซึ่งอ้าปากรอรับอยู่อาหารที่นำมาป้อนลูกนกส่วนใหญ่คือปลา ,กบ ,เขียด แต่เมื่อลูกนกโตพอประมาณแล้วพ่อแม่จะสำรอกอาหารไว้ที่พื้นรังให้ลูกนกจิกกินเองพ่อแม่จะเลี้ยงดูลูกนกจนกระทั่งลูกจะแข็งแรงและบินได้ดีซึงใช้เวลาประมาณ 50 – 60 วัน จากนั้นจะทิ้งรังไป

 ประวัตินกกาบบัว

เขตการแพร่กระจายพันธุ์

นกกาบบัวมีแหล่งทำรังวางไข่ขนาดใหญ่ อยู่ทางตอนใต้ของปากีสถาน,อินเดีย(ยกเว้นภาค ตะวันออก เฉียงเหนือ) , ภาคใต้ของเนปาล ,ศรีลังกา ,บังคลาเทศ ,อาจพบทาง ตอนใต้ของจีนด้วย ,ประชากรในฤดูนอกผสมพันธุ์บางส่วนอพยพไปหากินที่ ส่วนอื่นของปากีสถาน ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ,บังคลาเทศ

โดยสมทบกับนกประจำถิ่นในประเทศนั้นๆ หรือหากินในส่วนอื่นของประเทศที่ปกติไม่พบนกกาบบัวชนิดที่อยู่ประจำถิ่นมาก่อน สำหรับในประเทศไทยเคยมีคนพบนกกาบบัว หากิน อยู่ตาม ท้องนา และ หนองบึงขนาดใหญ่ ที่ห่างไรกล จากหมู่บ้านคน บางทีพบตามชายทะเล ที่เป็น ดินเลน แม้แต่ ที่วัดไผ่ล้อม อ.สามโคก จ. ประทุมธานี ก็เคยมีนกกาบบัว มาอาศัย หลับนอน ปะปน กับนก ปากห่าง ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ในปัจจุบันในประเทศไทยก็ไม่พบนกชนิดนี้อีกเลย