ฉลามวาฬ มีขนาดตัวที่โตมากและขนาดตัวที่ใหญ่ที่สุดเต็มที่อาจยาวถึง 50 ฟุต หรือ (15 เมตร) นับเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในปัจจุบันความกว้างของปากปลาใกล้เคียงกับความกว้างของหัวปลาเลย

ตัวของปลามีสีตั้งแต่สีเทาดำจนถึงสีน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลออกเขียว ที่ด้านหลังและด้านข้าง รวมถึงผิวด้านบนเหนือครีบหน้าของปลา

ฉลามวาฬจะมีจุดกลมๆ ถี่ๆ สีขาวเต็มบริเวณผิวหนังด้านบน มีสีเหลือง เรียงเป็นแนวตามลำตัว มีจุดเล็กที่สุดจะอยู่บริเวณหัว อาจจะพบได้ไม่ถี่มาก และอาจมีแถบเส้นแคบๆ สีขาว หรือ สีเหลืองพาดตามขวาง

ด้านท้องและส่วนล่างมีสีขาวหรือเหลืองอ่อน ขนาดตัวของฉลามวาฬอาจมีขนาด 480 นิ้ว หรือ (1,200 เซนติเมตร) จะมีน้ำหนักประมาณ 12,500 กิโลกรัม

ฉลามวาฬ

ลักษณะของ ฉลามวาฬ

ปลาฉลามแบ่งออกเป็น 8 Order ตามลักษณะกายวิภาคของมัน ซึ่งลักษณะที่ใช้ในการจำแนก เช่น การมีและไม่มีครับก้น และจำนวนช่องเหงือก ฉลามวาฬได้ถูกจัดให้อยู่ใน order Orectolobiformes ซึ่งมีช่องเหงือก 5 อัน

มีครีบก้น มีครับหลัง 2 ตอน ไม่มีหนามที่ครีบ และตำแหน่งของปากอยู่ตรงด้านหน้าของตา ลักษณะของหางเป็นแบบ Heterocercal tail ซึ่งฉลามใน order นี้ บางชนิดอาจจะมีหางยาวมาก

ครีบหางมีขนาดใหญ่มีร่องบุ๋ม (Notch) ที่ฐานโคนหางด้านบน และมีสันนูน (Keel) ในแต่ละด้านของโคนหาง มีครีบหลังแบ่งเป็น 2 ตอน มีปากขนาดใหญ่ อาจกว้างถึง 5 ฟุต

มีฟันเล็กๆ ลักษณะรูปทรงกรวยโค้ง มีตาขนาดเล็กและที่ตาไม่มีเยื่อหุ้มปิดตา (Nictating membrane) มีเหงือกเป็นท่อขนาดเล็กๆ หายใจโดยใช้แรงดันน้ำผ่านเหงือกเมื่อเวลาปากปิด และอาหารพวกแพลงก์ตอนจะถูกกรองโดยเหงือกกักเก็บไว้เป็นก้อนๆ แล้วกลืนลงไปทางท่ออาหาร

หัวของปลาฉลามวาฬด้านบนมีลักษณะแบนมากและไม่พบงอยปากชัดเจน มีปากเป็นแบบ anterior margin ซึ่งต่างจากปากของปลาฉลามอื่นๆ มีSpiracle ใหญ่กว่าตา อยู่ห่างไปทางด้านหลังเหนือตาเล็กน้อย

ฟันเหมือนกันทั้งขากรรไกรบนและล่าง มีแถวละประมาณ 300 ซี่ มี 10 แถว แถวที่ 10 – 15 ฟันจะเป็นแบบ Dental band ที่ปรากฎอยู่คล้ายตะไบใหญ่บนขากรรไกร-จากนั้นเป็นต้นมามันก็มีชื่อว่า Rhincodon หรือ ชื่อเดิมคือ พวกมีฟันตะไบ

 ปลาฉลามวาฬ ออกลูก

ความแตกต่างของปลาฉลามวาฬกับฉลามชนิดอื่นๆ ?

ฉลามวาฬไม่มีสิ่งใดเลยที่เหมือนปลาวาฬ เว้นแต่เพียงขนาดของร่างกาย และความจริงที่ว่ามันกินแพลงก์ตอนตัวเล็กๆ เป็นอาหาร โดยการเปิดปากกว้างแล้วว่ายน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อดักอาหารเข้าปาก

โดยปกติมันจะกินอาหารอยู่ที่ผิวน้ำ หรือต่ำลงไปเล็กน้อย บางครั้งอาจพบว่ามันกินลูกปลาวัยอ่อน เคย ปลาหมึก และปลาซาดีน ฉลามวาฬกินอาหารโดยการกรองกินสิ่งมีชีวิตพวกแพลงก์ตอนขนาดเล็กออกจากน้ำโดยช่องเหงือกทั้ง 5 ของมัน

ซึ่งมีซี่กรองเหงือกที่ละเอียด ช่องเหงือกที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จะบ่งบอกถึงวิธีการกินอาหารของมัน มีเพียงพวก Basking shark เท่านั้นที่มีเหงือกขนาดใหญ่กว่ามัน มันจะบอกได้ว่า ฉลามวาฬสามารถกรองกินเหยื่อที่มีขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่หน้าตัดแค่ 1 มิลลิเมตร และในขณะที่มันกำลังกิน เหงือกจะผายออก มันก็จะดูดน้ำปริมาณมากเข้าสู่เหงือกโดยเร็ว

ในอดีตฉลามวาฬถูกจัดอยู่ในกลุ่มพวกที่ดูดกรองกินอาหาร ทันทีที่เปิดปากออกมามันก็จะรุนเอาน้ำจำนวนมากเข้าสู่ภายในปาก ซึ่งน้ำจะถูกขับออกทางช่องเหงือก ในกระบวนการโดยปกติของจังหวะการหายใจ ฉลามวาฬจะเปิดปากของมันประมาณ 20 เซนติเมตร แต่เมื่อกินอาหารมันจะเปิดปากกว้างกว่า 2 – 3 เท่า

บางครั้งมันก็หากินไปเรื่อย ๆ ว่ายลอยตัวไปมาตามบริเวณใกล้กับผิวน้ำโดยอ้าปากค้างไว้ ส่วนในเวลาอื่น ๆ มันต้องหากินให้มากพอ จึงว่ายอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับผิวน้ำ เมื่อเจอกับฝูงเคย (krill) ที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ ก็จะว่ายน้ำเข้าหากิน

ฉลามวาฬ กินคนไหม

การสืบพันธุ์

ฉลามวาฬเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวไม่ต้องฟักจากไข่ หลังจากที่มันออกมาจากมดลูกของแม่ มันก็มีชีวิตเลย ในประเทศไต้หวันพบฉลามวาฬที่ตั้งท้อง และถูกแทงด้วยฉมวกตาย

เมื่อผ่าท้องออกมาพบมีลูกอ่อนอยู่ในมดลูกของถึง 300 ตัว โดยลูกอ่อนนั้นถุงไข่กำลังยุบตัวใกล้จะหมดแล้ว มีความยาวประมาณ 64 เซนติเมตร หรือ 25 นิ้ว มันเป็นสิ่งที่น่าเชื่อได้ว่าตัวเต็มวัยจะมีอายุระหว่าง 25 – 30 ปี อายุตัวเต็มวัยจะช่วยสรุปได้ว่าพวกมันอาจจะมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี

แหล่งที่อยู่อาศัย

สามารถพบฉลามวาฬตามน่านน้ำใกล้เส้นศูนย์สูตร แถบละติจูด ? 30-40 ? พูดได้ว่าฉลามวาฬทำให้อุณหภูมิผิวน้ำ 21 – 26 องศาเซนติเกรด ในพื้นที่ซึ่งมี ปรากฎการณ์น้ำผุด และมีธาตุอาหารสมบูรณ์ในบริเวณน้ำเย็น สภาพเช่นนี้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของฉลามวาฬ และบ่อยครั้งจะพบการรวมกลุ่มของกลุ่มปลาผิวน้ำ โดยเฉพาะพวก Trevally (Jack)

ฉลามวาฬ ออกลูกเป็น

การแพร่กระจาย

ฉลามวาฬมีการแพร่กระจายในทะเลเขตร้อนทั่วโลก ยกเว้นทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ฉลามวาฬมักอาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำมีอุณหภูมิ 21-26 องศาเซลเซียส โดยมีการแพร่กระจายสัมพันธ์กับกระแสน้ำอุ่นในบางบริเวณ ฉลามวาฬมักพบในเขตที่มวลน้ำอุ่นปะทะกับน้ำเย็นและ มี plankton มาก ในบริเวณน้ำผุด กระแสน้ำด้านล่างพัดปะทะแนวหินแล้วพัดพาเอาธาตุอาหารจากพื้นขึ้นสู่มวลน้ำด้านบน

นอกจากนี้หลายคนเชื่อว่าฉลามวาฬมีการอพยพย้ายถิ่นฐานแต่ยังไม่มีแนวทางแน่นอนว่าเป็นแนวทางใด ฉลามวาฬในเมืองไทยส่วนใหญ่พบตามกองหินใต้น้ำในบริเวณทะเลเปิด มีความลึก 30 เมตรขึ้นไป

อาทิ ริเชลิว หินม่วง หินแดง กองตุ้ง กูโลซิน ฯลฯ จุดที่เชื่อกันว่าพบฉลามวาฬบ่อยที่สุดคือ ริเชลิว มีความเป็นไปได้ในเรื่องการอพยพของฉลามวาฬในระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร อาทิ พบว่ามีการอพยพของฉลาวาฬจากเกาะปาปัวนิวกีนีลงมาตามชายฝั่งด้านตะวันออกของแนวปะการัง great barrier reef เป็นต้น