เต่ามะเฟือง มีวงจรชีวิตในการใช้ชีวิตดังนี้ เต่าจะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 60-70 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ หลังจากเต่าฟักตัวแล้ว โดยมีประมาร 85% ที่ฟักตัวได้

ลูกเต่าจะคลานออกจากรัง และลงสู่ทะเลโดยทันที เนื่องจากเป็นเต่ามะเฟืองเป็นเต่าน้ำลึก จึงไม่สามารถเก็บมาอนุบาลได้เป็นเวลานานซึ่งต่างกับเต่าทะเลสายพันธุ์อื่น ในวัยเจริญพันธุ์จะเติบโตและใช้เวลาอยู่ในทะเลเกือบชั่วชีวิตในท้องทะเล

อาหารของ เต่ามะเฟือง

เต่ามะเฟืองเนื่องจากเต่ามะเฟืองมีจะงอยปากที่สบกันเหมือนกรรไกร จึงมักกินอาหารที่อ่อนนุ่ม เช่น แมงกระพรุน แพลงค์ตอน สาหร่ายน้ำลึก

การกระจายพันธุ์และการขยายพันธุ์

เนื่องจากเต่าทะเล ส่วนใหญ่จะมีการเดินทางตามกระแสน้ำอุ่น จึงสามารถพบเต่ามะเฟืองได้ตามทวีป หรือ ประเทศที่มีกระแสน้ำอุ่นพัดผ่าน รวมถึงประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย หมู่เกาะอินดีส ปาปัวนิวกินี และ ในฝั่งทะเลแคริเบียน

ไข่ เต่ามะเฟือง

ปัจจุบันเหลือสัตว์เลื้อยคลานอยู่ในท้องทะเลเพียงสองชนิดคืองูทะเลและเต่าทะเล

เต่าทะเลมีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์หรือประมาณหนึ่งร้อยล้านปีมาแล้ว แต่ลักษณะของมันไม่แตกต่างจากบรรพบุรุษที่ปรากฏอยู่ตามซากฟอสซิลมากนัก ในโลกนี้มีเต่าทะเลขนาดใหญ่อยู่เจ็ดพันธุ์ พันธุ์ที่พบบนเกาะภูเก็ตในทะเลอันดามันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dermochelys coriacea หรือที่คนไทยเรียกว่า เต่ามะเฟือง

ซึ่งสังเกตุรูปร่างได้ง่าย เพราะเหมือนรถโฟล์ค กระดองไม่แข็งเหมือนเต่าทั่วไปแต่กลับเป็นหนังนุ่มๆมีเส้น พาดตามยาวจากหัวจรดหางเจ็ดเส้น ตัวเมียที่เคยพบมีกระดองขนาดยาวสองเมตรและนักถึงครึ่งตัน

ช่วงฤดูวางไข่ของเต่าในโลกนี้แตกต่างกันไปและมีกระแสน้ำทะเลเป็นส่วนกำหนดด้วย ปกติเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์สันโดษ แต่เดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนจะมาว่ายน้ำชุมนุมกัน

นอกฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ตเป็นกลุ่มราว 40 ถึง 100 ตัว เพื่อผสมพันธุ์ ตัวเมียที่มีไข่เต็มท้องจะอาศัยน้ำขึ้นตอนกลางคืนว่ายน้ำขึ้นฝั่งลาดชันใกล้บริเวณทะเลน้ำลึก ( ไม่เคยเห็นเต่าตัวผู้ขึ้นมาบนบกเลย )

เต่ามะเฟือง ลักษณะ

การวางไข่สำหรับเต่ามะเฟือง

มันจะเลือกหาดทรายที่สงบและไม่มีสิ่งรบกวนเป็นที่วางไข่เมื่อคลานถึงบริเวณที่ทรายแห้ง น้ำทะเลขึ้นไม่ถึงและไม่มีพืชขึ้นปกคลุม มันจะใช้ขาหน้าเกลี่ยทรายออกเป็นแอ่ง ตื้นๆเพื่อเป็นที่ฝังตัวแล้วใช้ขาหลังขุดหลุมจนลึก 50 ถึง 60 เซ็นติเมตรหรือ จนขาหยั่งไม่ถึงหลุมทรงแจกันคอแคบแต่มีพื้นที่ภายในกว้างช่วยป่องกันไข่เต่าขนาดเท่าลูกปิงปองที่ออกคราวละ 50 ถึง 140 ฟอง

จากทั้งสัตว์อื่นและความร้อนจากแสงแดดที่อาจจะแรงจนทำให้ไข่แห้งไม่ฟักเป็นตัว ในแต่ละฤดู เต่าอาจจะผสมพันธุ์และวางไข่ได้ถึงเก้าครั้งโดย เว้นช่วงห่างตั้งแต่ 9 ถึง 14 วัน ตลอดเวลาสามสิบนาทีวางไข่เต่าจะส่งเสียงถอนหายใจ น้ำตาที่ไหลช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นล้างทรายที่เปรอะ เปื้อน และ ช่วยหลั่งเกลือออกจากร่างกาย

เมื่อวางไข่เสร็จแล้วแม่เต่าจะกลบหลุมและใช้หน้าอกกดอัดทรายให้แน่น ใช่ขาหน้าเกลี่ยทรายลงกลบแอ่งที่ฝังตัวไม่ให้เห็นร่องรอย และสุดท้ายแม่เต่าที่เหนื่อยหมดแรงจึงหันหลังกลับและค่อยๆคลานลงสู่ทะเล

เต่ามะเฟือง

ยะระเวลาการวางไข่ของเต่ามะเฟือง

หลังจากนั้นอีก 60 วันไข่จะฟักเป็นตัวลูกเต่าเกิดใหม่ขยับตัวอีกสี่ห้าวันก็ขึ้นมาถึงผิวทรายรอจนฟ้ามืด ให้อุณหภูมิเย็นลงแล้วจึงโผล่พ้นทรายและคลานกันอย่างกระฉับกระเฉงมุ่งไปลงทะเล ทันทีที่ลงน้ำ ลูกเต่าจะตะเกียกตะกายว่ายน้ำอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดเป็นเวลาสองหรือสามวันเพื่อไปทะเลเปิด กระแสน้ำในมหาสมุทรช่วยพาลูกเต่าไปหาแหล่งที่มีสาหร่ายทะเล เพื่อการหากินและการเอาชีวิตรอดจากการฟักออกมาเป็นตัว

เต่ามะเฟือง ใหญ่ที่สุด

การใช้ชีวิตของของลูกเต่าเพื่อความอยู่รอด

เคยมีการประเมินไว้ว่า มีลูกเต่าเพียงร้อยละหนึ่งเท่านั้นที่รอดชีวิตจนเจริญเติบโตเป็นตัวใหญ่ ตั้งแต่ออกจากหลุมคลานลงสู่น้ำทะเลลูกเต่าต้องเสี่ยงชีวิตตลอดทาง ต้องเป็นอาหารของสัตว์ต่างๆ ตาย เพราะเชื้อราและแบคทีเรียเมื่อลงทะเลลูกเต่าต้องเผชิญกับถุงพลาสติกมลพิษสมัยใหม่ที่ลอยอยู่ในท้องทะเลเหมือนแมงกระพรุน

การประมงที่ใช้แหอวนก็ทำให้เต่าไปติดอยู่และตาย แต่สาเหตุใหญ่ที่ทำให้ประชากรของเต่าลดลงก็เพราะการบริโภคของมนุษย์ นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวจีนชอบรับประทานไข่เต่ามากที่สุด เพราะเชื่อว่ามีสารกระตุ้นความต้องการทางเพศ เหตุผลนี่จึงทำให้เต่าสูญพันธุ์เพราะเกิดจากความเชื่อผิดๆ ของมนุษย์

เต่ามะเฟืองยักษ์

การรบกวนของมนุษย์ที่กระทำต่อเต่ามะเฟือง

ประเทศมาเลเซียนักท่องเที่ยวเป็นพันๆ รายได้ทำการรบกวนจนเต่าหนีไปวางไข่ที่อื่นนี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้เต่าเกิดความรำคาญและเกิดความสูญพันธุ์ได้ และที่ประเทศอินโดนีเซียมีการล่าเต่าเพื่อกินเนื้อ ใช้น้ำมันทำยา จุดตะเกียง และเคลือบเงาเรือ โชคดีที่ชาวบ้านส่วนมากตามชายฝั่งของเกาะภูเก็ตเป็นชาวมุสลิมซึ่งไม่กินเนื้อเต่า

เพราะเป็นข้อห้ามของศาสนา ในประเทศไทยต้องขอสัมปทานเก็บไข่เต่าในบางพื้นที่และผู้รับสัมปทานต้องฟักไข่จำนวนหนึ่งและปล่อยลูกเต่ากลับคืนสู่ธรรมชาดิชะตากรรมของเต่าทะเลกำลังตกอยู่ในอันตราย

ส่วนหนึ่งเนื่องจากสาธารณชนไม่ได้ตระหนักถึงเพื่อการปกป้องเต่าทะเล จงอย่าสนับสนุนการค้าผลิตภัณฑ์จากเต่าทะเลตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ทางการถือว่าการฆ่าเต่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นจงส่งบทความนี้ต่อให้เพื่อนของคุณเพื่อกระจายข่าวให้ทราบ และช่วยสอดส่องดูแลป้องกันการละเมิดกฎหมายนี้