วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับ ปลาเทโพ และประโยชน์จากปลาเทโพ พร้อมวิธีการเลี้ยงปลาเทโพแบบละเอียด ! ปลาเทโพ (black ear catfish) เป็นปลาน้ำจืดที่ปัจจุบันเหลือน้อยลงมาก มักจับได้ตามแม่น้ำสายหลัก อาทิ แม่น้ำมูล แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำโขง เป็นต้น

ซึ่งพบการจับเพียงบางฤดูกาล และมีปริมาณน้อย ทำให้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 80-150 บาท ทั้งนี้ ในบางจังหวัดมีการเลี้ยงปลาชนิดนี้เพื่อสร้างรายได้ ควบคู่กับการเลี้ยงปลาสวายหรือปล่อยเลี้ยงร่วมกับปลาอื่นๆ ปลาเทโพเป็นปลาที่เนื้อสัมผัสที่อร่อยมาก ทำให้ความต้องการจึงเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้ในปัจจุบันปลาชนิดนนี้ได้ลดลงเป็นจำนวนมาก

ลักษณะทั่วไปของ ปลาเทโพ (black ear catfish)

ปลาเทโพ มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับปลาสวาย คือ หัวมีขนาดใหญ่ และใหญ่กว่าปลาสวาย หัวมีรูปทรงแบนราบลงไปด้านหน้า มีซี่กรองเหงือกสั้น จำนวน 12-16 อัน ปากอยู่ค่อนไปด้านล่างของจะงอยปาก ริมฝีปากหนา และโค้ง ปากมีขนาดใหญ่ และอ้าได้กว้าง ฟันบนเพดานปาก มี 2 แถบ

แต่ละแถบอยู่ห่างกัน และโค้งยาวตามเพดานปาก ลำตัวมีลักษณะป้อม พื้นลำตัวมีสีเทาคล้ำอมน้ำตาล ด้านข้างมีสีเทาจาง บริเวณท้องมีสีเงินอมชมพู และอูมใหญ่ และยาวได้มากกว่าร้อยละ 30 ของความยาวลำตัว ส่วนครีบก้นมีแถบสีคล้ำตามยาว ครีบหลัง ครีบอก ครีบท้อง และครีบก้น มีปลายครีบยื่นเป็นริ้วยาว หางเว้าลึกเป็นแฉก หางมีแถบคล้ำทั้งตอนบน และตอนล่าง แถบครีบหางมี 28-32 แถบ และมีลักษณะเป็นฟันเลื่อย คล้ายกับปลาเทโพ

ปลาเทโพ

การแพร่กระจาย

การแพร่กระจายของปลาเทโพเราสามารถพบได้ในแม่น้ำสายต่างๆ อาทิ แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำแม่กลอง เป็นต้น รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อาทิ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ นอกจากนี้ ยังพบแพร่กระจายอยู่ในแถบประเทศเพื่อบ้าน อาทิ ประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนาม เป็นต้น

อาหาร และการกินอาหาร

ปลาเทโพเป็นปลาที่กินทั้งพืช และสัตว์ รวมถึงซากเน่าเปื่อยต่างๆ แต่ขณะเป็นลูกปลาขนาดเล็กจะกินแมลงหรือสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหารเพื่อความอยู่รอดและเป็นไปตามธรรมชาติ

การผสมพันธุ์ และวางไข่

ปลาเทโพที่อาศัยในแม่น้ำ จะมีการอพยพจากท้ายน้ำขึ้นไปผสมพันธุ์ และวางไข่บริเวณต้นน้ำ ซึ่งจะเริ่มว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม หรือช่วงที่มีน้ำหลาก หลังจากนั้น จะวางไข่ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ในบริเวณต้นน้ำ

ไข่ปลาเทโพมีลักษณะกลม สีเหลืองอ่อน ขนาดไข่ประมาณ 1.23 มิลลิเมตร ไข่ที่ถูกฉีดออกมา และผสมกับน้ำเชื้อแล้วจะจมลงสู่พื้นท้องน้ำ เป็นไข่ชนิดจมติดกับวัสดุ และฟักภายใน 1 วัน หลังจากนั้น จะใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน สำหรับกินอาหาร และเติบโตจนมีลักษณะเหมือนกับปลาเทโพตัวเต็มวัย

นิสัยปลาเทโพ

ประโยชน์ของปลาเทโพ

  1. ปลาเทโพมีลำตัวเรียวยาว เนื้อมีสีชมพูใส คล้ายเนื้อปลาสวาย เนื้อไม่มีก้างแทรก มีรสมัน นิยมใช้ทำต้มยำ ห่อหมก และ แกงป่า เป็นต้น รวมถึงแปรรูปเป็นปลาร้า และปลาเค็ม
  2. ปลาเทโพ ใช้เลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เนื่องจากหายากมากขึ้นทุกวัน ทำให้ราคาของปลาชนิดนี้ค่อนข้างสูงเป็นที่ต้องการของตลาดมากมาย

การเลี้ยงปลาเทโพแบบละเอียด

ปลาเทโพเมื่อนำมาเลี้ยงในบ่อจะกินอาหารได้แทบทุกชนิด เช่นเดียวกับปลาสวาย แต่ปลาชนิดนี้จะเจริญเติบโตดีถ้าได้ให้ปริมาณอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนสูงกว่าปลาสวาย ในระยะเวลา 1 ปี ปลาจะโตถึง 5 กก. ในบ่อที่เลี้ยงด้วยไข่ไก่ตายโคม แต่โดยปกติถ้าเลี้ยงด้วยอาหารผสมจะได้น้ำหนัก 1.5 กก. ปลาชนิดนี้สามารถจะนำไปเลี้ยงได้ทั้งในบ่อ กระชัง และในคอก เช่นเดียวกับปลาสวาย การเลี้ยงก็สามารถเลี้ยงได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากส่วนการเพราะเลี้ยงจะเป็นอย่างไรเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

ปลาเทโพ ราคา

การเพาะเลี้ยง

ปัจจุบันกรมประมงน้ำจืดจังหวัดหนองคายสามารถเพาะปลาชนิดนี้ได้ด้วยวิธีฉีดฮอร์โมนและผสมเทียม ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับการเพาะปลาสวาย ปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมบริโภคของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเหมาะสมที่จะแปรรูปทำอาหารพื้นเมืองที่เรียกว่า เค็มหมากนัด บรรจุขวดจำหน่ายด้วยราคาค่อนข้างสูงและเป็นที่นิยม

สำหรับราคาปลาสดที่ซื้อขายในปัจจุบันกิโลกรัมละประมาณ 60 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาปลาสวายถึง 3 เท่า ดังนั้น จึงสมควรพิจารณาส่งเสริมการเลี้ยงปลาชนิดนี้ขึ้นในภูมิภาคนี้ เพราะตลาดมีความต้องการสูง ทำให้ราคาของปลาชนิดนี้ค่อนข้างดีและเป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่

ข้อแตกต่างระหว่าปลาเทพกับปลาสวาย

  1. ปลาเทโพมีขนาดหัวที่ใหญ่กว่าปลาสวาย
  2. ปลาเทโพมีบริเวณครีบอกเป็นจุดสีดำอย่างชัดเจน ขณะที่ปลาสวายไม่พบแต้มสีดำนี้
  3. ปลาเทโพมีครีบหู และครีบท้องเป็นสีแดงสด ซึ่งแตกต่างกับปลาสวายอย่างชัดเจน
  4. ปลาเทโพจะมีปลายครีบของครีบหลัง ครีบอก ครีบท้อง และครีบก้น ยื่นเป็นริ้วยาว ส่วนปลาสวายจะไม่มีริ้วยาว
  5. ปลาเทโพมีโครโมโซมเป็น 2n = 60 เท่ากัน แต่ต่างกันที่
  6. ปลาเทโพมีเมตาเซนตริก 12 คู่ ซับเมตาเซนตริก 10 คู่ ซับเทโลเซนตริก 2 คู่ อะโครเซนตริก 6 คู่ และมีแขนโครโมโซม เท่ากับ 104
  7. ปลาสวายมีเมตาเซนตริก 10 คู่ ซับเมตาเซนตริก 6 คู่ ซับเทโลเซนตริก 2 คู่ อะโครเซนตริก 12 คู่ และมีแขนโครโมโซม เท่ากับ 92