วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของ แมงดานา (Order Memitera) แมงดานาเป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยอยู่ตามนาข้าว หรือหนองน้ำ เป็นต้น และสำหรับวันนี้เราจะนำความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับแมงดานาทั้งหมดมาฝากเพื่อนๆ ที่สนใจ

และเกษตรกรที่สนใจเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแมงดานาขาย เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเราก็ได้นำวิธีการเพราะเลี้ยงแมงดามาให้แบบละเอียด และทางเราได้นำเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการเลี้ยงแมงดานามาไว้ในนี้หมดแล้ว หากใครที่สนใจสามารถนำเทคนิควิธีการเลี้ยงไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดได้เลยครับ

แมงดานา

ลักษณะทางกายภาพของ แมงดานา

แมงดานา ถือเป็นแมงอาหารที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายชนิด เนื่องจากให้กลิ่นเฉพาะตัวที่หอม เมื่อนำมาใส่อาหารจะช่วยเพิ่มหรือปรับปรุงกลิ่นของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น อาหารที่นิยมใช้แมงดานาเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ น้ำพริกแมงดา ซุปหน่อไม้ อาหารประเภทยำ และอาหารต่างๆ มากมาย เป็นต้น

แมงดานาเป็นพวกมวนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนิยมบริโภคกันทุกภาคของประเทศไทย ตัวโตเต็มที่มีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย ขนาดลำตัวของตัวผู้ยาวประมาณ 70-75 มิลลิเมตร ตัวเมียขนาดประมาณ 80-85 มิลลิเมตร มีลำตัวยาวเป็นรูปไข่ ด้านท้องและทางด้านหลังมีลักษณะแบน

หัวสีน้ำตาลแก่ปนเขียว ตาสีดำ ปีกสีเกือบดำยกเว้นบริเวณขอบบางส่วนของปีกมีสีน้ำตาลอ่อน ขาคู่หน้าเป็นแบบขาว่ายน้ำ และมีขนอ่อนสีน้ำตาลคลุมตลอดทั้งขา ปากเป็นแบบเจาะดูด ลักษณะเป็นท่อยาวออกมาจากด้านหน้าของส่วนหัว และเก็บซ่อนไว้ด้านล่างของศีรษะปลายปากมีลักษณะคล้ายหนามแหลมเรียวใช้แทงเข้าไปในร่างกายเหยื่อแล้วดูดกินน้ำเหลวๆในตัวเหยื่อ

แหล่งที่พบ

แมงดานามีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ โดยอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น น้ำตามนาข้าว หนอง บึง เป็นต้น ออกหาอาหารในตอนกลางวัน ในตอนกลางคืนเมื่ออากาศเย็นลง

ในน้ำมีออกซิเจนอยู่น้อย ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ แมลงดานาจึงบินออกจากแหล่งน้ำ บินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ที่อาศัยอยู่ เมื่อใกล้สว่างจึงอาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกับผิวน้ำที่เรียกว่า “ยูวี” เป็นตัวนำทางในการบินกลับแหล่งน้ำ

 การเลี้ยงแมงดานาในบ่อซีเมนต์

อาหาร

อาหารของแมงดานา คือ ลูกอ๊อด ลูกปลาขนาดเล็กหรือสัตว์น้ำขนาดเล็ก เวลากลางคืนชอบบินเข้าหาไฟ โดยเฉพาะไฟสีม่วง ชาวบ้านจะนิยมใช้วิธีนี้ในการไปหาแมงดานา เพื่อนำมาขายหรือนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์

อาหารของแมลงดานา ได้แก่ ลูกกบ ลูกอ๊อด ลูกอึ่งอ่าง ปู ปลา กุ้ง ส่วนท้ายของท้องมีปลายโผล่ออกมาเรียกว่ารยางค์ (Apical abdominal appendage) ลักษณะเป็นเส้นเรียวยาว 2 เส้นคู่กัน ประกอบด้วยขนที่ละเอียดและไม่เปียกน้ำ ทำหน้าที่ในการหายใจโดยใช้รยางค์นี้โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำเพื่อดูดออกซิเจน แล้วนำไปเก็บในลำตัวทางปลายท่อ

การเลี้ยงแมงดานามีเทคนิควิธี ดังนี้

การสร้างโรงเรือน และการเตรียมบ่อ

  • การเลี้ยงแมงดานาเราจะต้องเตรียมบ่อน้ำให้ดี เพราะบ่อน้ำถือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงที่สำคัญของแมงดานา นิยมสร้างด้วยการก่อบ่อซีเมนต์หรือซื้อบ่อซีเมนต์สำเร็จรูป หากก่อเอง ควรก่อบ่อเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 2-3 เมตร ยาว 4-5 เมตร ก่ออิฐสูงประมาณ 0.8-1 เมตร หรืออาจเพิ่มขนาดหรือลดขนาดตามความเหมาะสม
  • สำหรับโรงเรือนจะใช้ในกรณีที่เลี้ยงจำนวนหลายบ่อหรือเลี้ยงในบ่อขนาดใหญ่ ปลูกด้วยเสาไม้หรือเสาปูนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือตามลักษณะบ่อที่ก่อ และคลุมด้วยมุ้งลวดหรือตาข่ายขนาดตาถี่ที่แมงดาไม่สามารถลอดผ่านได้
  • หากต้องการประหยัดเงินทุนมักนิยมก่อบ่อให้สูง 1-1.2 เมตร แล้วใช้มุ้งลวดหรือตาข่ายคลุมปิดบนบ่อแทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสร้างโรงเรือนก็ได้
  • ส่วนการใช้ถังซีเมนต์สำเร็จรูปหรือถังพลาสติก ควรให้มีความสูงอย่างน้อย 1 เมตร ขึ้นไป หรืออาจต่ำกว่านี้หากหาไม่ได้ แล้วใช้ตาข่ายหรือมุ้งลวดปิดคลุมด้านบนเหมือนกัน

 แมงดาน้ำจืด

การใส่น้ำเข้าบ่อ

ปริมาณความสูงของน้ำที่ใช้เลี้ยงแมงดานา จำเป็นต้องให้มีระดับความสูงที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่แมงดานาเลือกวางไข่ ที่ความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร โดยไม่ควรให้น้ำต่ำหรือสูงกว่านี้

วัสดุวางไข่

โดยธรรมชาติ การวางไข่ของแมงดานาจะวางไข่บนลำต้นของพืชหรือกิ่งไม้เหนือน้ำ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องวางวัสดุสำหรับการวางไข่ เช่น ไม้ไผ่ กิ่งไม้ แต่หากให้ดี ควรปลูกพืชน้ำในกระถาง เช่น ข้าว กก ไหล ธูปฤาษี แล้วนำมาวางในบ่อจะดีที่สุด

การปล่อยพ่อแม่พันธุ์

พ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เลี้ยง ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป โดยสังเกตได้จากสีของปีกที่มีลักษณะสีน้ำตาล ปนด้วยหลายแถบสีดำเข้ม อัตราการปล่อย ตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 2 ตัว โดยตัวเมีย 1 ตัว ควรให้มีพื้นที่ประมาณ 2 ตารางเมตร เพราะตัวเมีย 1 ตัวจะออกไข่ และฟักเป็นตัวได้ประมาณ 100-200 ฟอง

ดังนั้น หากบ่อมีขนาด 2 x 5 เท่ากับ 10 ตารางเมตร จะใช้ตัวเมียประมาณ 4-5 ตัว ตัวผู้ประมาณ 2-3 ตัว สำหรับบ่อซีเมนต์หรือถังพลาสติกทรงกลมมักมีขนาดเหมาะสำหรับ ตัวเมีย 1 ตัว และตัวผู้ 1 ตัว เท่านั้น

การปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะเริ่มปล่อยหลังการนำน้ำเข้าบ่อประมาณ 2-3 วัน เพื่อปรับคุณภาพน้ำก่อน โดยเฉพาะบ่อที่สร้างใหม่จะต้องขังน้ำ 14 วัน ถึง 1 เดือน ก่อน แล้วปล่อยน้ำทิ้ง ก่อนนำน้ำเข้าใหม่

น้ำพริกแมงดานา

การเลี้ยง และดูแล

  • การปล่อยพ่อแม่พันธุ์ และเริ่มเลี้ยงจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝน ที่มีอากาศ ความชื้น และปริมาณฝนตกที่สามารถกระตุ้นให้แมงดานาเริ่มการผสมพันธุ์เราก็จะได้แมงดาที่ตั้งท้องและพร้อมที่จะวางไข่
  • หลังจากที่แมงดาวางไข่เราก็จะได้ลูกตัวเล็กของแมงดานา ส่วนอาหารที่ให้จะเป็นลูกปลาขนาดเล็ก กุ้ง ลูกอ๊อด ลูกน้ำ ม้าน้ำจืด หรือสัตว์น้ำขนาดเล็ก โดยการปล่อยเลี้ยงในบ่อเพื่อแมงดานาจับกินอาหารเองตามธรรมชาติ
  • เมื่อแมงดานาออกไข่ และฟักเป็นตัวหมดแล้ว ให้จับพ่อแม่พันธุ์แยกออกเลี้ยงต่างหาก หรือจับจำหน่าย หลังจากนั้น จึงเริ่มอนุบาล และเลี้ยงลูกแมงดานาให้โตเต็มวัย เพื่อผลผลิตที่โตเร็วและแข็งแรง

การจับแมงดานา

แมงดานาที่โตเต็มวัยพร้อมที่จะจับจำหน่ายจะมีอายุประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปี โดยให้จับจำหน่ายในช่วงก่อนเริ่มฤดูฝนในปีถัดไป สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง เฉลี่ยราคาของแมงดานาจะตกตัวละ 10-30 บาท ถือได้ว่าเป็นราคาที่ดีมาก