วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ นกกระจอกเทศ (Ostrich) กันแบบละเอียด นกกระจอกเทศ จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีการเลี้ยงเพื่อนำเนื้อมาบริโภค ไข่แปรรูปเป็นเครื่องตกแต่ง ขนใช้ทำขนประดับ หนังใช้ทำกระเป๋า รวมถึงใช้ประโยชน์จากกระดูก และมูลนกในด้านต่างๆ ทำให้นกกระจอกเทศเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับท้องตลาด และเกษตรกรผู้ที่สนใจจะลงมือเลี้ยง

นกกระจอกเทศ (Ostrich) จัดเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ และวิ่งได้เร็วที่สุดในโลกในบรรดานกทั้งหมด แต่เป็นนกที่บินไม่ได้ เนื่องจากมีปีกขนาดเล็กเกินกว่าที่จะบิน และมีลำตัวขนาดใหญ่ ทำให้บินไม่ได้ แต่ลักษณะเด่นเฉพาะตัวก็คือวิ่งเร็ว โดยนกกระจอกเทศมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศแอฟริกาตะวันออกและสำหรับประเทศไทยก็ได้นำนกประเภทนี้เข้ามาเลี้ยงและได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงแบบละเอียด เพื่อขยายพันธุ์และได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยง

ประวัตินกกระจอกเทศ

ลักษณะทั่วไปของ นกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศเมื่อโตเต็มวัยที่มีอายุประมาณ 3-4 ปี จะมีความสูงได้ถึง 2 เมตร และมีน้ำหนักตัวประมาณ 160 กิโลกรัม หรือมากกว่า ส่วนปีกจะมีขนาดเล็ก มีขนยาวเกิดบริเวณหาง ปีก และลำตัว แต่ขนยาวจะไม่เกิดบริเวณคอ หน้าอกส่วนล่าง และเท้าทั้ง 2 ข้าง แต่จะเป็นขนขนาดเล็ก และสั้นมาก ทำให้มองเห็นหนังได้ชัดเจน

นกกระจอกเทศมีหัวขนาดเล็กเมื่อเทียบกับลำตัวขนาดใหญ่ ปากมีลักษณะแบน และสั้นคล้ายปากเป็ด แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก มีขอบปากมน มีตา 2 ข้าง ทรงกลมขนาดใหญ่ ขอบตาเป็นรูปวงรี มีขนตาบนยาว คล้ายคนแต่งขนตา ถัดลงมาเป็นส่วนตอ มีลักษณะเรียวยาวมาก และมีขนสั้นติดผิวหนัง ถัดลงมาเป็นส่วนลำตัวที่มีขนาดใหญ่ มีปีกสั้น และต่อมาเป็นส่วนขา 2 ข้าง แต่ละข้างมีนิ้ว 2 นิ้ว

ลักษณะของนกกระจอกเทศทั้งตัวผู้ และตัวเมียมีลักษณะที่คล้ายกันมาก แต่มีข้อแตกต่างกันที่ ตัวผู้จะมีขนออกสีน้ำตาลอมดำ ส่วนตัวเมียจะมีขนออกสีน้ำตาลอมเทา โดยสามารถแยกเพศได้ชัดเจนเมื่อนกกระจอกเทศมีอายุตั้งแต่ 1-2 ปี ขึ้นไป

นกกระจอกเทศ ราคา

ลักษณะนิสัย

นกกระจอกเทศ เป็นนกที่มีนิสัยดุร้าย มีเท้าใช้เป็นอาวุธ มีสายตาว่องไว วิ่งได้เร็ว และมีการระวังภัยสูง ชอบอาศัยรวมกับสัตว์อื่น เช่น ฝูงยีราฟ หรือ ฝูงม้าลาย เพื่อคอยดักจับกินแมลง เป็นสัตว์ที่อันตรายพอสมควร ระวังอาจจะโดนถีบได้

การสืบพันธุ์ และการวางไข่

นกกระจอกเทศตัวผู้ที่มีร่างกายขนาดใหญ่ และเป็นหัวหน้าฝูงจะเป็นตัวที่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่นในฝูง หลังจากผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะหาแหล่งวางไข่ที่เป็นแอ่งทราย ซึ่งจะวางไข่ใกล้ๆกันจากตัวเมียหลายตัว ไข่นกกระจอกเทศมีเปลือกสีขาวขุ่น มีน้ำหนักได้มากกว่า 1 กิโลกรัม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 14-20 เซนติเมตร ซึ่งไข่จะได้รับความอบอุ่นจากทั้งตัวผู้ และตัวเมีย โดยตัวเมียจะเข้ากกไข่ในเวลากลางวัน ส่วนตัวผู้จะเข้ากกไข่ในเวลากลางคืน มีระยะการฟักไข่ประมาณ 6 สัปดาห์

อาหาร และการกินอาหาร

นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืช และสัตว์ มีอาหารหลักที่เป็นพืช ได้แก่ หญ้าอ่อน ใบไม่อ่อน และผลไม้บางชนิด ส่วนอาหารที่เป็นสัตว์ และแมลง ได้แก่ ไส้เดือน ตั๊กแตน และแมลง หรือ สัตว์หน้าดินชนิดต่างๆ

นกกระจอกเทศกินอะไร

พฤติกรรม

ชอบหากินในทุ่งกว้างรวมกันเป็นกลุ่ม อยู่ร่วมกับฝูงม้าลายและยีราฟ เพื่อคอยดักกินแมลงและสัตว์เลื้อยคลานเล็กๆ ที่ตื่นตกใจจากการกินหญ้าของสัตว์เหล่านั้น ป้องกันตัวโดยใช้เท้าเตะ เป็นนกที่มีการระแวดระวังภัยมาก ทำให้หลบหลีกพวกสัตว์กินเนื้อได้ดี

ถิ่นอาศัย

อยู่ในทวีปแอฟริกา โดยมีการกระจายตัวตั้งแต่ประเทศเซเนกัลไปจนถึงเอธิโอเปีย

วัยเจริญพันธุ์

นกกระจอกเทศตัวผู้ตัวหนึ่งคุมตัวเมียได้หลายตัว ตัวเมียจะออกไข่ในที่เดียวกันประมาณ 30-40 ฟอง หรือมากกว่า ไข่นกกระจอกเทศใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาด 6-8 นิ้ว หนักกว่า 1 กก. ฟักไข่นาน 6 สัปดาห์ โดยตัวเมียจะฟักไข่ตอนกลางวัน และตัวผู้จะฟักไข่ตอนกลางคืน ลูกนกโตเร็วมาก และโตเต็มที่เมื่ออายุ 3-4 ปีมีขนาดและน้ำหนักมากเป็นนกใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงเฉลี่ย 2.5 เมตร หนักถึง 160 กิโลกรัม

นิสัยนกกระจอกเทศ

ประโยชน์นกกระจอกเทศ

  1. เนื้อ ใช้ประกอบอาหาร มีไขมัน และคอเลสเตอรอลต่ำ
  2. หนัง ใช้ทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เช่น รองเท้า และกระเป๋า เป็นต้น
  3. ขน นำมาฟอก และย้อมสีสำหรับใช้ตกแต่งเสื้อผ้า หรือใช้ทำไม้ปัดฝุ่น เป็นต้น
  4. ไข่ นำมาวาดลวดลายใช้เป็นเครื่องตกแต่ง
  5. ไขมัน ใช้ประกอบอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอาง สามารถใช้ทำสบู่ได้ หรือ ใช้ทานวดแก้ฟกช้ำ
  6. กระดูก นำไปบดสำหรับผสมเป็นกระดูกป่นในอาหารสัตว์
  7. มูล นำมาทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือใช้ใส่แปลงเกษตรโดยตรง

การเลี้ยงนกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศในธรรมชาติเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณในการระวังภัยสูง สายตาว่องไว วิ่งเร็ว มีนิสัยดุร้าย มีการตื่นตัวตลอดเวลา และยากที่จะเข้าใกล้ แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในสถานกึ่งธรรมชาติที่มีการดูแล และให้อาหารเป็นอย่างดี ก็เป็นนกที่สามารถเลี้ยง และจัดการดูแลได้

สายพันธุ์ นกกระจอกเทศ

ค่าพันธุ์ของนกกระจอกเทศ

  • ค่าพันธุ์ ลูกนกกระจอกเทศอายุ 1 วัน ตัวละ 2,500-3,000 บาท
  • ลูกนกกระจอกเทศ อายุ 1 เดือน ตัวละ 6,000-7,000 บาท
  • ลูกนกกระจอกเทศ อายุ 2 เดือน ตัวละ 8,500-10,000 บาท
  • ลูกนกกระจอกเทศ อายุ 3 เดือน ตัวละ 11,500-13,000 บาท
  • นกกระจอกเทศพ่อแม่พันธุ์ คู่ละ 135,000-150,000 บาท

อาหารสัตว์ และการให้อาหาร

นกกระจอกเทศที่ผ่านการอนุบาล และปล่อยเลี้ยงในลานแล้วจะมีอาหารเป็นหญ้าสดในแปลงเลี้ยง ร่วมกับการให้อาหารตามรางอาหาร

ไข่นกกระจอกเทศ ราคา

อาหารที่ให้แก่นกกระจอกเทศ แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้

  • อายุ 1 เดือน ใช้หัวอาหาร + พืชผัก
  • อายุ 2 เดือน ใช้หัวอาหาร + พืชผัก
  • อายุ 3 เดือน ใช้หัวอาหาร + พืชผัก
  • อายุ 4-8 เดือน ใช้หัวอาหาร + พืชผัก
  • อายุ 8 เดือนขึ้นไป ใช้รำ ผสมพืชผัก

สถานภาพปัจจุบัน

สถานภาพปัจจุบันของนกกระจอกเทศ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ เพราะประเทศไทยจัดให้สัตว์ประเภทนี้เป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว ทำให้จำนวนประชากรของนกชนิดนี้ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเดิม

นิสัยนกกระจอกเทศ

สถานที่ท่องเที่ยวชมได้ตามสวนสัตว์ต่างๆ ดังนี้

  • สวนสัตว์ดุสิต
  • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
  • สวนสัตว์เชียงใหม่
  • สวนสัตว์นครราชสีมา
  • สวนสัตว์ขอนแก่น
  • สวนสัตว์สงขลา
  • สวนสัตว์อุบลราชธานี